หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: BEZALIP กับ LIPITOR มันมีผลข้างเคียงไหมครับ  (อ่าน 1929 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เค
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2009 »

เกี่ยวกับยาลดไขมัน 2 ชนิด


1.BEZALIP 400 MG. RETARD

2.LIPITOR 10 MG.

มันมีผลข้างเคียงไหม

ขอขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กรกฎาคม 2009 โดย เค » บันทึกการเข้า
พราว
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2009 »

พอดีไปอ่านเจอมา

เลยขอเอาที่คุณbeverage144 โพสไว้ใน pantip มาตอบนะคะ

ยาทั้ง 2 ตัวเป็นยาลดไขมันทั้งคู่ครับ ก็ก่อนจะไปรู้จักยา มารู้จักกับไขมันที่เป็นปัญหาก่อนแล้วกัน

ไขมัน ในกระแสเลือด จะมีการตรวจวัด เป็น Total Cholesterol ครับ ซึ่งจะเป็นตัวรวม ๆ ของไขมันหลาย ๆ  อย่าง ซึ่งตัวที่มีบทบาทสำคัญ ที่ทางการแพทย์ให้ความสำคัญ ได้แก่

1. LDL เป็นไขมันประเภทไม่ดี ถ้ามีไขมันตัวนี้สูงจะทำให้ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคสูง
2. Triglyceride เป็นไขมันประเภทไม่ดี ถ้ามีไขมันตัวนี้สูงจะทำให้ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคสูง
3. HDL เป็นไขมันประเภทดี ถ้ามีไขมันตัวนี้สูง จะลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค

ก็มาทำความรู้จักกับยาทีละตัวแล้วกัน

1. ยา Benzalip 400 mg. Retard หรือ ชื่อสามัญทางยา คือ Benzafibrate เป็นยากลุ่ม Fibric Acid ยาในกลุ่มนี้มีข้อเด่นในการลดไขมัน คือ จะลด Triglyceride เด่นครับ
ยาตัวนี้เป็นแบบออกฤทธิ์เนิ่น ดังนั้นต้องทานยาทั้งเม็ด ห้ามแบ่งยาครับ

2. Lipitor 10 mg ชื่อสามัญทางยา Atrovastatin เป็นยาในกลุ่ม HMG-CO A Reductase ยากลุ่มนี้มีข้อเด่น ในการลดไขมันประเภท LDL เด่นครับ โดยยาตัว Lipitor จะมีประสิทธิภาพในการลดไขมัน LDL สูง ลด Triglyceride ได้บ้าง และสามารถเพิ่ม HDL ได้นิดหน่อย

การกินยาร่วมกัน 2 ตัว ถามว่าต้องระวังอะไร

ต้อง ระวังเรื่องการเกิดอาการข้างเคียงเกี่ยวกับกล้ามเนื้อครับ ถ้าทานยาแล้วมีอาการปวดเมื่อยตลอดเวลา กล้ามเนื้อไม่มีแรง ต้องแจ้งให้แพทย์ที่รักษาทราบครับ เพื่อจะได้ตรวจเช็คว่ามาจากยาหรือไม่

ถามว่าต้องกินยานานแค่ไหน

ก็ ต้องขึ้นอยู่กับระดับไขมันในกระแสเลือดหละครับ ว่าจะลดลงได้อยู่ในระดับที่กำหนดได้หรือไม่ ซึ่งถ้าลดได้ ก็อาจมีการปรับลดจำนวนยาลงได้ และก็ทานอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าสามารถลดลงได้จนสามารถอยู่ในระดับที่กลับไปควบคุมการทานอาหาร หรือ ปรับ Life Style ได้ อันนั้นก็คงงดยาได้ (แต่ยากมากที่จะงดยาครับ เพราะส่วนมากมักจะคุมกันไม่ค่อยอยู่)

ส่วนระดับที่เป็นเป้าหมาย ก็ขึ้นกับภาวะของผู้ป่วยด้วยหละครับ ว่ามีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยเท่าไหร่ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น อ้วน มีเบาหวาน สูบบุหรี่ มีความดันสูง ระดับเป้าหมายก็จะตั้งไว้ต่ำกว่าคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่ำ

ส่วนใน คห.1 ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก ว่าเป็นยาตัวไหน แต่ที่เคยเห็นนักเล่นเวทกิน บางส่วนจะกินฮอร์โมนเพศชายครับ เพราะจะกระตุ้นการสลายไขมัน กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ แต่การกินฮอร์โมนพวกนี้จะอันตรายครับ ในเมืองไทยถ้าเข้าใจไม่ผิด ฮอร์โมนพวกนี้ที่แอบขายน่าจะผิดกฏหมายนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: