ปัจจุบันกระแสตื่นตัวเรื่องสุขภาพ สำหรับคนไทยและต่างประเทศทั่วโลก กำลังมาแรงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการให้ความรู้ในการบริหารเงิน เพราะผู้คนเริ่มฉุกคิดกันมากขึ้นว่า หากเรามัวแต่หาเงินทอง เพื่อสร้างความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพในระยะยาว ย่อมไม่เกิดผลดีหรืออาจมีชีวิตไม่ยืนยาวพอจะใช้เงินที่หามาได้ด้วยความยากเย็น เมื่อเร็วๆ นี้ผู้ดูแลคอลัมน์ Tricks and Tips ได้อ่านข้อมูลของมาร์ติกา ฮีนเนอร์ นักเขียนบนเวบไซต์เอ็มเอสเอ็น เฮลธ์ แอนด์ ฟิตเนสส์ ในหัวเรื่อง “ช่วยบุตรหลานให้มีรูปร่างดี ด้วย7แนวทางทำครอบครัวให้ฟิต” ทำให้ฉุกคิดเห็นด้วยกับฮีนเนอร์ว่า การมีสุขภาพที่ดีในระยาว ควรเริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก
แม่ชาวสหรัฐรายหนึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่ฮีนเนอร์หยิบยกขึ้นมาว่า มีลูกวัย 6 ขวบซึ่งมีน้ำหนักเกิน 80 ปอนด์ ความสูงอยู่ที่ 4 ฟุต 1 นิ้ว ประวัติของพ่อและแม่เด็กเป็นคนอ้วน สมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มะเร็งและโรคหัวใจ ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวต้องการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง คำถามที่ตามมาคือหนทางดีที่สุดที่จะออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยนั้นทำอย่างไร ฮีนเนอร์ชื่นชมพ่อกับแม่ของเด็กสหรัฐวัย 6 ขวบว่า เป็นความคิดยอดเยี่ยมที่อยากช่วยบุตรสาว เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพเสริมสร้างร่างกายที่แข็งแรงให้บุตรสาวในอนาคต ฮีนเนอร์เตือนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานมีน้ำหนักเกินปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่เป็นโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่อ้วน และร่างกายอาจเกิดโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนตามมา
"คุณอยู่บนเส้นทางถูกต้องแล้ว ที่ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของบุตรสาว แต่ยังคิดเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองด้วย เพราะเป็นเรื่องยากที่จะจูงใจให้ลูกทำอย่างที่ต้องการ หากว่าตัวคุณเองไม่ทำตัวเป็นต้นแบบ มีพฤติกรรมทำร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ"
การจัดการกับเด็กมีน้ำหนักเกินปกติ ต้องใช้อุบายเล็กน้อย เด็กกำลังโตและบางคนอาจโตเร็วมากในช่วงย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งต้องมีการสร้างสมดุลขจัดน้ำหนักส่วนเกินออกไป และเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้นการลดแคลอรีอาจทำให้พวกเขาขาดสารอาหารที่จำเป็น แต่ถ้าลดอาหารเร็วไปอาจทำให้เด็กเหล่านี้รู้สึกไม่ดีที่ต้องลดอดอาหารเหมือนผู้ใหญ่
"ติดตามการเติบโตของบุตรหลานในระยะยาว" ข้อแรกนี้ฮีนเนอร์แนะนำให้ใช้ ชาร์ทติดตามการเติบโต ที่เรียกว่า CDC เพื่อดูดัชนีมวลกายของเด็ก โดยเจาะเข้าไปดูจากเวบไซต์http://health.msn.com ใช้ความสูงกับน้ำหนักเป็นตัววัด ฮีนเนอร์แนะนำคุณแม่ชาวสหรัฐว่า ควรติดตามตรวจสอบการเติบโตของบุตรสาว ด้วยการบันทึกส่วนสูงและน้ำหนักของเด็กไว้ ทุกๆ 6 ถึง 12 เดือน และตามข้อเสนอแนะของกุมารแพทย์ ถ้าผู้ปกครองคนไทยที่อยู่ในสหรัฐสามารถปฏิบัติตามนี้ได้ โดยเข้าไปในเวบไซต์ที่มีชาร์ทแสดงการเติบโตของเด็กได้จาก @"ฉลาดกินให้มากขึ้น" ก้าวแรกสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว จากมุมมองของฮีนเนอร์คือเลิกกินอาหารขยะ หรืออาหารจานด่วน และหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น จากชาร์ท CDC แนะนำให้เด็กเล็กและวัยรุ่น ปรึกษากับนักโภชนาการก่อนเดินหน้าปรับนิสัยการกินเพื่อลดน้ำหนัก ฮีนเนอร์เตือนว่า สิ่งต้องนึกอยู่เสมอว่าเครื่องดื่มให้ความหวาน เป็นตัวบั่นทอนสุขภาพแข็งแรงมากที่สุด ต้องถามตัวเองว่าดื่มเครื่องดื่มให้ความหวาน อย่างชา โซดารสหวาน น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มให้พลังงานบ่อยแค่ไหน หากดื่มบ่อยครั้ง ควรหันมาพิจารณาดื่มน้ำเปล่าระหว่างมื้ออาหารให้มากที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดพลังงานเหลือใช้ในร่างกายได้มากมายหลายร้อยแคลอรี โดยอาจไม่ต้องลดอาหารทำให้เกิดโรคอ้วนมากนัก
@"ปล่อยให้เด็กเล่นทุกวัน" การออกกำลังกายตามความเห็นของฮีนเนอร์ เป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรแกรมการลดน้ำหนักของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดังนั้นสมาชิกทุกคนในครอบครัวควรทำกิจกรรมให้ร่างกายเคลื่อนไหวให้มากที่สุด หากคิดปลูกฝังเด็กให้รักการออกกำลัง สิ่งสำคัญอยู่ที่การรวมเอาการเล่น ผสมกลมกลืนกับการออกกำลัง ให้พวกเขารู้สึกติดจนเป็นนิสัย ไม่จำเป็นต้องสอนให้พวกเขารู้ว่า การออกกำลังเป็นสิ่งต้องทำสม่ำเสมอยาวนาน หรือเหมือนงานบ้าน หรือเป็นพืชผักที่ไม่ชอบ แต่ควรเลี่ยงไปโน้มน้าวให้พวกเขาต้องการเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าเสียก่อน
"ให้เคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเด็ก" เด็กมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวช่วงสั้นๆ เป็นพักๆ ซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงานได้มาก เช่น การคิดแบบซ้ำๆ ซากๆ เตะลูกบอลหรือการเล่นต้องเต หากคุณตัดสินใจไปเพื่อเดินออกกำลังกับครอบครัว พากันไปเที่ยวปีนเขาที่ไม่อันตราย หรือหยุดเล่นอะไรก็ได้เป็นช่วงๆ เล่นเกมแบบซ้ำๆ สัก 2-3 นาที หรือ แข่งวิ่งกันบ่อยๆ เพื่อให้เห็นว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าสนใจ จากการศึกษาของ American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่าการทำกิจกรรมออกกำลังกายทุกรูปแบบ ช่วยให้เด็กเกือบ 800คน อายุระหว่าง 9 จนถึง10ขวบ มีหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจแข็งแรง ดังนั้นการใช้เวลาทำกิจกรรมใช้แรงสร้างความกระฉับกระเฉง มีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับระดับไขมันในร่างกาย จากการศึกษาข้างต้น พบด้วยว่าเด็กๆ ที่มีกิจกรรมออกแรงมากในแต่ละวัน ทั้งวิ่ง กระโดด ปีนป่าย หรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีไขมันในร่างกายน้อยกว่าเด็กที่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย เพียง 10-18 นาทีต่อวัน
"โยน-ไล่จับ-เตะ-ยก-กลิ้ง" เป็นทักษะเพื่อการวางรากฐาน สร้างนิสัยให้เด็กอยากออกกำลัง ฮีนเนอร์ยกกรณีคุณแม่ชาวสหรัฐที่มีลูกวัย 6 ขวบว่า หากทั้งพ่อและแม่ไม่มีประวัติเป็นนักกีฬา มีโอกาสที่บุตรหลานไม่ได้พัฒนาทักษะการโยนหรือไล่จับลูกบอล แต่พ่อกับแม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ได้ เพราะพ่อกับแม่สามารถปรับปรุงตัวเองเพื่อเป็นต้นแบบให้เจ้าตัวน้อยวัยซนได้ เพียงแต่นึกถึงประโยชน์สองต่อ ที่พ่อแม่สามารถจะทำได้ คือเป็นตัวอย่างให้บุตรหลาน และในเวลาเดียวกันพวกเขาสามารถพัฒนาตัวเอง ให้ออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น อย่าให้ความหลังฝังใจว่าตัวเองเล่นกีฬาได้ไม่ดี มาขวางกั้นความพยายามของตัวเอง แต่ให้ใช้โอกาสนี้พัฒนาทักษะซึ่งตัวเองไม่มีหรือทำไม่ได้สมัยเด็กๆ จำไว้เสมอว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเรียนรู้ ขอให้ออกไปนอกบ้าน เริ่มต้นสอนบุตรหลานให้ซึมซับทักษะการเล่นกีฬาไว้เสียตั้งแต่วันนี้
"ฝึกให้เด็กๆ อบอุ่นร่างกายทุกครั้งก่อนเล่นครั้งละ10นาที" เป็นสิ่งสำคัญสำหรับฮีนเนอร์ เพราะการอบอุ่นร่างกาย ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ดีก่อนเคลื่อนไหว และเป็นการป้องกันอาการบาดเจ็บ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเล่นหรือออกกำลังกาย ขอให้ผู้ปกครองพยายามฝึกฝนเด็ก ให้ซึมซับความสำคัญของการอบอุ่นร่างกายจนเป็นนิสัย จะช่วยให้พวกเขาเป็นนักออกกำลังกายหรือนักกีฬา ที่มีความรอบคอบระมัดระวังตัวเองได้เป็นอย่างดีในอนาคต
"ปิดโทรทัศน์เลิกนั่งแช่อยู่แต่หน้าจอ" วิธีสุดท้ายที่ฮีนเนอร์แนะนำไว้ เพราะเด็กกับผู้ใหญ่ ที่มีปัญหาโรคอ้วน มีปัญหาเกี่ยวข้องกับการใช้เวลาส่วนใหญ่หลายชั่วโมง อยู่หน้าจอโทรทัศน์ เล่นวิดีโอเกม หรือใช้คอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หนทางที่ดีสุด คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หันมากินอาหารเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น และสร้างความคล่องตัวให้กับตัวเองมากขึ้น หรือพยายามลดการใช้เวลามากมาย อยู่กับกิจกรรมที่ต้องใช้แต่ท่านั่ง แทนที่จะนั่งดูแต่โปรแกรมหนังที่ชื่นชอบ ขอให้ใช้เวลานอกบ้านขี่จักรยานรับลมชมวิว หรืออาจหากิจกรรมกีฬาอื่นๆ อย่างเต้นรำ ยิมนาสติกหรือเข้าไปฝึกฝนกีฬาป้องกันตัวได้อย่างคาราเต้
อ้วน.com ขอขอบคุณ - กรุงเทพธุรกิจ
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/