หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กินเข้าไป ยังไงก็หุ่นสวย  (อ่าน 349 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2009 »

"กินน้อยลง ออกกำลังมากขึ้น เป็นสูตรลดน้ำหนักที่ใช้ไม่ได้ผล ถ้าใช้ได้ผลจริงป่านนี้คนทั้งโลกก็คงผอมกันหมดแล้ว คนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้แนวทางการลดน้ำหนักแบบเดิมนี้ ผลที่ได้คือ พวกเขากลับยิ่งอ้วนขึ้น เนื่องจากการลดน้ำหนัก แถมยังเสียพลังงานจากการโหมออกกำลังกายทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร"
          ถ้ามีใครสักคนมาบอกเคล็ดลับในการลดน้ำหนักส่วนเกินว่า "ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องออกกำลังกาย" แล้วหุ่นจะดีเอง คุณจะคิดอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนที่เสนอความคิดนี้เป็นสูตินารีแพทย์
          ดร. สตีเฟน เอ.โคมาดินา อดีตสูตินารีแพทย์ชาวสหรัฐที่ผันตัวมาเป็นวิทยากรด้านการลดน้ำหนักและโภชนาการ เป็นคนหนึ่งที่คิดอย่างนั้น และมีประสบการณ์ในเรื่องนี้กับตัวเอง
          เขาเล่าว่าเมื่อ 8 ปีก่อน น้ำหนักของเขาขึ้นไปถึง 125 กิโลกรัม ตามประสาของคนวัยใกล้เกษียณ ปีนั้นเองเขาได้เป็นเจ้าของรถสปอร์ตหายากคันหนึ่ง ซึ่งแม้จะซื้อมาแล้วเขาก็ไม่สามารถเข้าไปขับได้เพราะตัวใหญ่เกินไป
          "ผมก็ใช้วิธีอย่างที่หลายคนทำ คือกินให้น้อยลง บางทีก็อดอาหาร และเริ่มออกกำลังกายหนักขึ้น" ดร.สตีเฟน เล่า แต่ผลที่เขาได้รับแทนที่จะน้ำหนักตัวลดลง ผ่านไปสามเดือนน้ำหนักเขาเพิ่มขึ้นเป็น 136 กก.
          ต่อมาเขาได้พบกับคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก คนไข้ผู้หญิง ซึ่งกลายมาเป็นที่ปรึกษาโรคอ้วนให้แพทย์บอกว่า เคล็ดลับที่ช่วยให้เธอน้ำหนักลงมาได้คือ เธอหันมาใช้ชีวิตปกติอย่างคนทั่วไป แต่เลือกรับประทานพวกผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplements) ด้วย
          สูตินารีแพทย์ที่กำลังลังประสบปัญหาภาวะอ้วนเอาเสียเองจึงทดลองทำตามดังกล่าวดู ผลปรากฏว่าเดือนแรก หลังจากเขารับประทานพวกโภชนาการทดแทน เขาสามารถลดน้ำหนักได้ 13.6 กก. โดยรับประทานอาหารตามปกติ และหยุดออกกำลังกาย พอเดือนที่สองลดได้อีก 18.2 กก. รับประทานอาหารปกติเหมือนเดิม แต่ทุกวันเขาดื่มเครื่องดื่มทดแทนที่ให้แคลอรีสูง และเดือนที่สามลดลงอีก 22.7 กก. และลดลงเรื่อยๆ ในเดือนต่อๆ ไป จนสามารถเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตได้
          ผ่านมา 8 ปี เขายังคงรักษาหุ่นได้อย่างคงที่ ต่างจากเทคนิคอื่น เช่น โปรแกรมลดน้ำหนักของ Atkin ที่คน 95% กลับมาอ้วนอีก "ที่เป็นอย่างนี้เพราะผมเลิกเทคนิคอดอาหาร เพราะยิ่งอดอาหารคนเหล่านี้จะยิ่งกลับมาอ้วนอีก"
          ดร.สตีเฟน เล่าถึงประเทศของเขาว่า ภายนอกคนส่วนใหญ่คิดว่าสหรัฐเป็นประเทศที่เจริญกว่าประเทศอื่น แต่ในความจริง องค์การอนามัยโลกปีที่แล้วรายงานว่า ประชากรโลกใน 42 ประเทศ มีอายุยืนกว่าคนอเมริกัน เทียบกับปี 2545 และ 2546 ที่คนอเมริกันมีอายุยืนอยู่อันดับที่ 39 และ 32 ตามลำดับ แสดงว่าปัญหาคุณภาพชีวิตของคนอเมริกันแย่ลง
          "คนอเมริกันร้อยละ 70 มีน้ำหนักเกินขนาดตัว ปัญหาคือ รูปแบบการใช้ชีวิตของอเมริกัน การแต่งกาย และการกินของอเมริกันกำลังกระจายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก" เขากล่าว และเสริมว่า โรคอ้วนเป็นโรคอันดับหนึ่งของสหรัฐ และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา
          สูตินารีแพทย์ที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาในการลดน้ำหนักย้ำว่า "กินน้อยลง ออกกำลังมากขึ้น" เป็นสูตรลดน้ำหนักที่ใช้ไม่ได้ผล ถ้าใช้ได้ผลจริงป่านนี้คนทั้งโลกก็คงผอมกันหมดแล้ว เขาบอกว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้แนวทางการลดน้ำหนักแบบเดิมนี้คือ "กินน้อยลง ออกกำลังกายมากขึ้น" ผลที่ได้คือ พวกเขากลับยิ่งอ้วนขึ้น เนื่องจากการลดน้ำหนัก แถมยังเสียพลังงานจากการโหมออกกำลังกายทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร
          "การอดอาหารอาจจะได้ผล แต่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นร่างกายก็จะกลับมาอ้วนอีก" ดร.สตีเฟน กล่าว
          เขายังได้พูดถึงรูปร่างของผู้หญิงที่หุ่นดีว่า ต้องเป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักอยู่ตรงสะโพกและน่อง เนื่องผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องให้กำเนิดบุตร และเลี้ยงดูบุตร หากเทียบเคียงกันแล้ว คนที่มีหุ่นแบบนี้จะไม่เสี่ยงกับภาวะโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่รูปร่างอ้วนส่วนบน ผู้หญิงที่อ้วนท่อนล่าง และผู้หญิงที่อ้วนทั้งตัว
          ดร.สตีเฟน อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์ไม่สมดุลคือ ยีน หรือดีเอ็นเอ ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาหลายพันปีนับตั้งแต่มนุษย์เริ่มวิวัฒนาการ เขาชี้ว่า มนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนมีรูปแบบการดำรงชีวิตที่ต่างไปจากมนุษย์ปัจจุบันมาก "เพิ่งจะเมื่อสักพันปีมานี่เองที่มนุษย์เริ่มเทคโนโลยีเพาะปลูกเพื่อใช้เป็นอาหาร แทนการออกล่าสัตว์เหมือนในอดีต  แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานเข้าไปในทุกวันนี้ไม่สมดุลกับดีเอ็นเอเดิม"
          โภชนาการที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง เขาอ้างผลการศึกษาว่า มะเร็ง โรคร้ายอันดับหนึ่งของคนไทย และโรคร้ายอันดับสองของคนอเมริกัน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงจากการรับประทานอาหารของมนุษย์ หรือการสูบบุหรี่ การได้รับสารพิษสู่ร่างกายทางผิวหนัง และปอด
          อย่างไรก็ดี ชีวิตคือการอยู่รอด และดูเหมือนดีเอ็นเอจะทำหน้าที่รักษาชีวิตของมนุษย์อย่างเต็มที่ "ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะอดอยากอาหาร หรืออะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตอยู่รอดได้คือ ไขมัน" ดร.สตีเฟนกล่าว " เพราะฉะนั้นยิ่งกินน้อย ร่างกายกลับต้องการสะสมไขมันมากขึ้น เพราะร่างกายคิดว่ามนุษย์กำลังตาย มันไม่รู้หรอกว่า คุณกำลังอดอาหาร หรือเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักอยู่ แต่ถ้าเริ่มกินร่างกายจะหยุดสะสมไขมัน"
          สำหรับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ร่างกายต้องการสารอาหารมากที่สุด คำแนะนำจากอดีตสูตินารีแพทย์คือ ควรรับประทานอาหารที่ให้วิตามิน และได้รับโปรตีน และเกลือแร่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะได้จากอาหารเสริม นอกจากนี้ เขายังแนะว่าผู้หญิงท้องควรรับประทานไขมันสามชนิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านสมองของเด็กในครรภ์
          "หลังจากคลอดบุตรแล้ว ผมคิดว่าแม่ควรให้นมจากอกแก่ลูก ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติสำหรับเด็กแรกเกิด แม่ช่วงที่ให้นมลูกควรที่จะได้รับแร่ธาตุ โปรตีน และวิตามินที่ถูกต้อง รวมทั้งไขมันต่างๆ ได้แก่ โอเมก้า 3 ซึ่งจะส่งผ่านไปยังลูกจากการให้นมแม่ด้วย ถ้ามารดารับประทานอาหารที่ถูกต้อง แม้จะไม่ออกกำลังกาย ผู้หญิงที่คลอดลูกก็สามารถกลับมามีทรวดทรงเหมือนเดิมได้" ดร.สตีเฟนกล่าว พร้อมกับแนะว่า ไม่ควรอดอาหาร แต่ควรรับประทานอาหาร แร่ธาตุ และโปรตีน ให้ถูกต้องก็จะกลับมาหุ่นดีเหมือนเดิม
          สำหรับผู้หญิงไทย ดร.สตีเฟนฝากบอกมาด้วยว่า ถ้าอยากหุ่นดีอย่างลดน้ำหนัก " ผมอยากจะบอกให้ผู้หญิงไทยกินอาหาร อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสะอาด รวมทั้งอาหารเสริมด้วย แล้วน้ำหนักจะลดลงมาเอง"



อ้วน.com ขอขอบคุณ - กรุงเทพธุรกิจ
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: