โรคอ้วนเป็นภาวะที่ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ทำให้มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ ที่ตามมาคือโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง
ปัจจุบัน โรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย
จากการสำรวจโดยกองโภชนาการ กรมอนามัย พบว่าโรคอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมากในผู้ใหญ่
ขณะที่ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาบางแห่ง พบว่ามีเด็กเป็นโรคอ้วนได้ถึงร้อยละ 25-30
นอกจากนี้ยังพบว่า ในเด็กนักเรียนระดับอนุบาลจำนวน 2-3 ล้านคน มีเด็กอนุบาล 1 เป็นโรคอ้วนร้อยละ 67 และเพิ่มเป็นร้อยละ 80.6 เมื่อถึงอนุบาล 3
โรคอ้วนมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน เช่น การกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่มีปริมาณไขมันและน้ำตาลสูง, การขาดการออกกำลังกาย หรือจากพันธุกรรม
เช่น พ่อ แม่ที่อ้วน อาจมีส่วนส่งเสริมให้ลูกอ้วนได้ง่ายกว่าปกติ
จากข้อมูลพบว่า เด็กไทยอายุ 3-5 ขวบ ดื่มนมที่มีรสหวานร้อยละ 80.6 โดยร้อยละ 62 ชอบดื่มนมเปรี้ยว และร้อยละ 38.4 นมกล่องรสหวาน
นมเปรี้ยวหรือนมที่มีรสหวาน 1 กล่อง มีน้ำตาลทราย 1-6 ช้อนชา ส่วนขนมปังนิ่มและขนมเค้ก 1 ชิ้น มีน้ำตาลทรายผสมถึง 6-12 ช้อนชา และน้ำที่เด็กนิยมดื่มกันคือ น้ำรสส้มและน้ำอัดลม ซึ่ง 1 กระป๋องมีน้ำตาลทรายปริมาณ 8-12 ช้อนชา
ค่าเฉลี่ยแล้วเด็กจะได้รับน้ำตาลจากขนมวันละ 8 ช้อนชาต่อวันต่อคน ได้พลังงานจากน้ำตาลมีสัดส่วนร้อยละ 27 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับในแต่ละวัน
ซึ่งเป็นปริมาณพลังงานที่ไม่มีประโยชน์ และสูงเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึงเกือบ 3 เท่า
เด็กอ้วนส่วนน้อยอาจมีสาเหตุจากความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ขาดธัยรอยด์ฮอร์โมน (hypothyroidism) การเปลี่ยนแปลงในร่างกายจากสาเหตุต่างๆ หรือการกินยาบางชนิด
เด็กที่อ้วนมีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนและอาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ข้อเสื่อม
นอกจากนี้ อาจทำให้มีการอุดตันของท่อทางเดินหายใจระหว่างที่เด็กนอนหลับ (sleep apnea) และอาจทำให้ขาดออกซิเจนในช่วงนั้นได้
ไขมันที่สะสมในตับอาจทำให้การทำงานของตับผิดปกติไป เด็กที่อ้วนอาจขาดความมั่นใจในสังคม มีผลการเรียนตกต่ำ และอาจรู้สึกว่ามีปมด้อยได้
หลักการทั่วไปการรักษาโรคอ้วนในเด็กคือ การควบคุมอาหาร
อาหารในเด็กเล็ก(น้อยกว่า 2 ปี) ไม่จำเป็นต้องลด แต่ผู้ปกครองควรได้รับการแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม
ในเด็กอ้วนที่อายุมากกว่า 2 ปี ควรลดปริมาณอาหารบางอย่าง เช่น การจำกัดของหวาน ลูกกวาด ช็อกโกแลต ไอศกรีม เค้ก ฯลฯ
ในเด็กโตควรยึดถือดังนี้
1. ไม่ลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร แต่ลดแคลอรีของอาหารในแต่ละมื้อ อาหารมื้อเย็นควรรับประทานแต่น้อย ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารก่อนนอน ไม่ทานของจุกจิก ไม่รับประทานของว่างระหว่างมื้อ หากหิวให้รับประทานผลไม้แทน
2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม
3. เพิ่มการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนอ้วน คือ ว่ายน้ำ เดินเร็ว ถีบจักรยาน
4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นการเปลี่ยนสุขลักษณะนิสัยในการบริโภค และการออกกำลังกายใหม่
ส่วนการป้องกันโรคอ้วนในเด็กก็คือ
- ให้นมและสารอาหารเสริมแก่เด็กในปริมาณที่เหมาะสมเมื่อเวลาเด็กหิวเท่านั้น ไม่ทานพร่ำเพรื่อ หรือทานอาหารขณะดูโทรทัศน์
- ลดอาหารประเภทไขมันให้เหลือร้อยละ 35 ของอาหารทั้งหมด
- รับประทานอาหารที่มีกากให้มากยิ่งขึ้น
- ฝึกให้เด็กมีนิสัยในการบริโภคที่ถูกต้อง
- ออกกำลังกายให้เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
อ้วน.com ขอขอบคุณ - ข่าวสด
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/