คงปฏิเสธไม่ได้ว่า โรคอ้วน นำมาซึ่งปัญหาทั้งทางร่างกายและใจ ในปัจจุบันมีธุรกิจเกี่ยวกับการลดน้ำหนักแข่งขันกันหลายราย ถามว่าจำเป็นแค่ไหนที่คนอ้วนจะวิ่งไปใช้บริการ โดยเสียค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อแลกกับร่างกายที่สมส่วนเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
X-RAY สุขภาพ ในวันนี้ แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จะมาอธิบาย และให้ข้อ คิดที่เป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ในโอกาสที่มีการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่น ซึ่งจะถ่าย ทอดและให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ รวมถึง โรคอ้วน ด้วย
ศ.น.พ.สุรัตน์ โคมินทร์ ภาควิชาอายุร ศาสตร์ อธิบายว่า คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นทุกปี ในผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15.7 เป็นร้อยละ 25-26 และในเด็กก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน เกณฑ์ที่ใช้วัดว่าร่างกายแต่ละคนมีน้ำหนักเกิน และอยู่ในข่ายเป็นโรคอ้วนหรือไม่ คือ ดัชนีมวลกาย หรือ body mass index (BMI) มาจาก น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง 2 ผลลัพธ์ที่ออกมาชี้ ค่าได้ดังนี้
คนที่อ้วนถึงขั้นลงพุงมีเกณฑ์วัด คือ ใช้สายวัดรอบเอวระดับสะดือ ถ้าตัวเลขที่ออกมามากกว่าตัวเลขที่วัดรอบสะโพก ถือว่า ลงพุง ซึ่งตามปกติตะโพกผู้หญิงจะใหญ่กว่าเอว แต่พอมีปัญหาโรคอ้วน บริเวณเอวจะใหญ่กว่า ตะโพก หรือ ถ้าผู้ชายที่มีเส้นรอบวงเอวมากกว่า 40 นิ้ว จัดว่าอ้วนลงพุง ส่วนผู้หญิงถ้ารอบเอวมากกว่า 35 นิ้ว จัดว่าอ้วนลงพุง
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอ้วนมีมากมาย ทั้ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคนิ่วในถุงน้ำดี ระบบหายใจผิดปกติ ระบบฮอร์โมนผิดปกติ ข้อกระดูกเสื่อม ปวดหัวเข่า มีปัญหาทางผิวหนัง คือ ผิวแตกเป็นลาย บริเวณข้อพับ รอบคอ และรักแร้ เกิดเป็นรอยสีเข้ม ขุยคล้ายกำมะหยี่ คนอ้วนบางคนมีโอกาสเสียโปรตีนออกทางปัสสาวะมากกว่าปกติ อาจเสียถึง 3-19 กรัมต่อวัน และมีโอกาสตายจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น
รศ.พ.ญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ หัวหน้าศูนย์สร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่น กล่าวว่า อุบัติการโรคอ้วนในวัยรุ่นและเยาวชนที่มีการรายงานเอาไว้ พบว่า เพิ่มขึ้นสูงถึง 10 เท่าใน 10 ปี จาก ร้อยละ 2 ในปี 2529 มาเป็นร้อยละ 20 ในปี 2537 ข้อมูลในปี 2544-2546 แยกอุบัติการโรคอ้วนเป็นร้อยละตามอายุได้ดังนี้ คือ เด็กอนุบาล ร้อยละ 10.2-20.7 (เฉลี่ย 13.6) ป.1-ป.6 ร้อยละ 12.1-14.8 มัธยมศึกษา ร้อยละ 9.2-10.2
สาเหตุของโรคอ้วน มีปัจจัยมาจาก กรรม พันธุ์ โรคทางจิตบางอย่าง ที่แสดงออกโดยการกินทำให้อ้วน โรคทางกายอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติในสมอง โรคเกี่ยวกับฮอร์โมน การใช้ยารักษาโรค ขาดการออกกำลังกาย และปัจจัยจากเกี่ยวกับ อาหารการกิน ซึ่งมีการวิจัยแล้วพบว่า ส่วนประกอบอาหารของวัยรุ่นมีปริมาณไขมัน และคอเลสเตอรอล เพิ่มขึ้น แต่ใยอาหารลดลง
เนื่องจากเราเป็นสถาบันการศึกษา ในแง่การรักษาต้องการความยั่งยืน เราจะให้ข้อมูลกับคนอ้วนและไปปรับพฤติกรรมด้วยตัวเอง ผลเสีย คือ อาจจะเห็นผลช้า แต่ผลดี คือ เขาจะสามารถปรับใช้ได้ตลอดชีวิต ทำให้การควบคุมน้ำหนักยั่งยืน เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจลดน้ำหนักที่เห็นผลเร็ว น้ำหนักลดลงในระยะแรก แต่ผลเสีย คือ ในการใช้สูตรอย่างนั้น มันไม่ได้ปรับสำหรับแต่ละบุคคล น้ำหนักลงเร็วไป แต่จะกลับมามากขึ้นเหมือนเดิม จึงมีกลุ่มคนไข้ที่ไปลดน้ำหนักจากทั่ว ๆ ไปไม่ประสบความสำเร็จย้อนกลับมาหาเรา
รศ.พ.ญ.อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ หัวหน้าหน่วยโภชนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ อธิบายว่า วิธีการลดน้ำหนักในเด็กที่ แน่ ๆ เลย คือ เราจะไม่ใช้ยา หรือ การผ่าตัด เพราะการทานยาลดน้ำหนัก ที่ทำให้ไม่หิว เป็นอันตราย ทำให้มีอาการใจสั่น ใจเต้นเร็ว หรือ นอนไม่หลับ ขั้นตอนการลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับอายุ ในเด็กที่อายุน้อย ๆ ต่ำกว่า 2 ขวบ ถ้าเด็กอ้วนเรา จะให้อาหารลดลงมาในแต่ละมื้อเท่ากับเด็กปกติที่อายุเท่านี้ควรได้รับ
ส่วนเด็กโต หรือ เด็กวัยรุ่น ที่อ้วนมาก ๆ จะแนะนำให้ลดปริมาณอาหารให้น้อยลงกว่าเด็กปกติ โดยจะไปลดอาหารจำพวกแป้ง ข้าว ก๋วย เตี๋ยว หรืออาหารจำพวกไขมัน ของหวาน สิ่งที่จะให้ทานเท่าธรรมดาได้ คือ เนื้อสัตว์ นม แต่เป็นนมไขมันต่ำ ซึ่งใช้หลัก 2 ลด 2 เพิ่มคือ ลด แป้งน้ำตาล-ไขมัน เพิ่มผัก-การออกกำลังกาย
ในเด็กแต่ละอายุต้องดูว่าเด็กแต่ ละคนสูงเท่าไหร่ และดูว่าเด็ก อายุเท่านั้นน้ำหนักตัวควรจะเป็นเท่าไร ซึ่งเด็กจะ
มีกราฟ
แสดง
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูง ส่วน BMI จะใช้กับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ความจริงการรับประทานอาหารให้เหมาะสมนั้นไม่เห็นด้วยว่าจะต้องมีสูตรตายตัว เพราะในระยะยาวเด็กจะเบื่อ สูตรลดน้ำหนักต่าง ๆ มักจะได้อาหารไม่สมส่วน ในช่วงแรกที่ลดน้ำหนักได้เร็วเป็นการลดน้ำมากกว่า
เราจะแนะนำวิธีการปรุงอาหารมากกว่า ว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด หันไปรับประทานอาหารต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ และเนื้อสัตว์ที่รับประทาน ไม่ควรติดหนัง หรือ ติดมัน ถ้าเป็นปลา และไก่ ควรจะเอาหนังออก เป็นอะไรง่าย ๆ ที่เด็กสามารถปฏิบัติได้ อย่างก๋วยเตี๋ยวแทนที่จะเป็นก๋วยเตี่ยวราดหน้า ผัดไท ก็เปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ ไม่ใส่กระเทียมเจียว หรือ สุกียากี้ ผู้ใหญ่และเด็กโตใช้หลักเดียวกัน
คนอ้วนที่มาพบแพทย์ ขั้นตอนแรกเราจะซักประวัติหาสาเหตุ ว่าอ้วนเพราะพฤติกรรม หรือ โรค จากนั้นจะดูว่าความอ้วนมีความรุนแรงน้อย ปานกลาง หรือ มาก โดยดูจากน้ำหนักตัวของเขา ขั้นที่สามจะประเมินว่ามีโรคแทรกหรือยัง เช่น มีอาการหายใจอุดตันหรือยัง มีโรคข้อ กระดูก เบาหวานหรือยัง ก่อนตัดสินว่าจะรักษาแบบผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก ถ้าเป็นผู้ป่วนนอกจะยึดหลัก 3 อย่าง อาหาร ออกกำลังกาย และปรับพฤติกรรม การรักษาจะมีแบบกลุ่มด้วย โดยมีนักโภชนาการมาแนะนำเรื่องอาหาร มีการเก็บข้อมูล มีสมุดเล็ก ๆ ให้ไปบันทึก เพื่อประเมินตัวเองในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์
การมารักษาที่โรงพยาบาล ข้อดี คือ 1. ราคาไม่แพง เพราะเราไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพง เพราะสถาบันส่วนหนึ่งจะใช้อาหารสำเร็จรูปบางอย่าง ซึ่งมีราคาแพง ระยะยาวคงไม่ไหวแน่นอน แม้ระยะสั้นก็ไม่จำเป็น 2. เราจะเน้นวิถีชีวิตระยะยาว มิใช่ให้คุณลดในช่วง 1-2 เดือน แต่จะใช้เวลาเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี และต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะกรณีที่เป็นเด็กหากลดผิดวิธีเด็กจะตัวไม่สูง อาจจะมีปัญหาเรื่องกระดูก การเรียนตามมา
น้องหมูหวาน วัย 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 159 เซนติเมตร หนัก 117 กิโลกรัม กล่าวว่า เป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็ก การเป็นคนอ้วนรู้สึกไม่ดีหลายอย่าง เครียดเหมือนกันถูกเพื่อนล้อ เวลาออกไปไหน มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่ค่อยอยากจะให้นั่ง หนูเองก็ไม่อยากออกไปสถานที่ ๆ มีคนเยอะ ๆ เวลานอนก็กรนเสียงดัง และมีปัญหาเรื่องการหายใจ นอนไม่ค่อยหลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางทีมา 2 วันแต่หายไปหลายเดือน ช่วงแรก ๆ ที่อยากผอมก็ไปรักษาตามคลินิก เขาก็ให้ยามากิน แต่พอไม่กินก็กลับมาอ้วนอีก ทดลองมาหมดแล้ว เลยตัดสินใจมาปรึกษาแพทย์ที่ รพ.รามาธิบดี หลังจากนั้นอาการต่าง ๆ ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ และในช่วงเวลา 2 เดือนลดน้ำหนักได้แล้ว 7 กิโลกรัม
ยอมรับว่าการลดน้ำหนักมันยากมาก ๆ อยากบอกทุกคนที่อ้วนว่าไปพบหมอ เพราะการกินยามีผลข้างเคียงเยอะ ตอนนี้หนูก็ทำตามคำแนะนำของคุณหมอ คือ ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ แต่ทานในปริมาณน้อย ๆ เช่น ข้าวก็ประมาณ 1 ทัพพีจากที่เคยทานเยอะ ๆ โดยไปเน้นพวกโปรตีน เช่น เนื้อปลาเยอะ ๆ ไม่ทานของมัน อาหารจุกจิก ขนมหวาน น้ำหวาน แรก ๆ มันก็ยากแต่พอทำไปก็ชิน ดีกว่าไปรักษาตามสถาบันลดน้ำหนักต่าง ๆ ที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก
ประเภท ดัชนีมวลกาย ความเสี่ยงต่อการเกิดการเจ็บป่วยน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน <18.5 ต่ำ (แต่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ)น้ำหนักตัวมาตรฐาน 18.5-22.9 ปกติน้ำหนักเกินมาตรฐาน > หรือ = 23 เพิ่มกว่าปกติภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วน 23.0-24.9โรคอ้วนขั้นที่ 1 25.0-29.9 เพิ่มขึ้นปานกลางโรคอ้วนขั้นที่ 2 > หรือ = 30 เพิ่มขึ้นอย่างมาก
อ้วน.com ขอขอบคุณ - เดลินิวส์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/