หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ห่างไกล โรคร้ายด้วยวิตามินและเกลือแร่รวม  (อ่าน 236 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nongao
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 792


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2009 »

ในปัจจุบันการขาดสารอาหารกลุ่มวิตามินและเกลือแร่จนก่อให้เกิดโรค เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน (ขาดวิตามินซี) โรคตาฝ้าฟางในเวลากลางคืน (ได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอ) หรือโรคคอหอยพอก (ขาดธาตุไอโอดีน) คงเป็นโรคที่เราพบได้ไม่บ่อยนัก นั่นเป็นเพราะการดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องของโภชนาที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกลับพบว่า 30-50% ของประชากรอยู่ในภาวะขาดวิตามินและเกลือแร่ในระดับต่ำ ๆ หรือขาดไปเพียงเล็กน้อย (Suboptimal level) ซึ่งการขาดในลักษณะนี้ร่างกายจะไม่แสดงความผิดปกติออกมาให้เห็นเป็นโรคอย่างชัดเจนทันทีทันใด  แต่อาจมีผลบั่นทอนสุขภาพ  อาการเสื่อมที่เกิดขึ้นจะค่อยเป็นค่อยไปเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น และโรคแห่งความเสื่อม หรือโรคเรื้อรังตามมา
สาเหตุของการขาดวิตามินและเกลือแร่
การขาดความรู้และความเข้าใจในการได้รับสารอาหารที่จำเป็นในวัยต่าง ๆ
   
ในแต่ละวัยมีความต้องการในสารอาหารพื้นฐานต่างกัน ดังนั้นการคำนึงถึงโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อการเจริญเติบโตหรือเพื่อซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จะช่วยลดการขาดวิตามินและแร่ธาตุได้ เด็กและวัยรุ่นเป็นช่วงที่ต้องการสารอาหารหลัก รวมทั้งวิตามิน และเกลือแร่อย่างครบถ้วนเพียงพอ เพื่อการเจริญเติบโตสตรีตั้งครรภ์ต้องการสารอาหารบางชนิดเสริมเป็นพิเศษ เช่น กรดโฟลิค ธาตุเหล็ก แคลเซียม สำหรับผู้สูงอายุถึงแม้ต้องการพลังงานจากอาหารหลักลดลง แต่จำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุเพิ่มขึ้น เพื่อไปซ่อมแซมและใช้ในกระบวนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเป็น

•ภาวะเจ็บป่วยต่าง ๆ
ทำให้ไม่สามารถทานอาหารได้อย่างครบถ้วน

•การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบส่งผลถึงพฤติกรรมการบริโภค
เช่น งดอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่สุด
การทานอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หรือแม้แต่การทานอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หรือแม้แต่การทานอาหารนอกบ้าน ไมได้ทำอาหารรับประทานเอง ซึ่งอาจจะไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนเมื่อเทียบกับอาหารที่ปรุงสดใหม่

•ค่านิยมในการควบคุมน้ำหนัก ต้องการผอมจึงจำกัดอาหารบางประเภท
เช่น งดอาหารมัน แป้ง อาจทำให้ขาดวิตามินที่ละลายในไขมันได้

•การเตรียมและปรุงอาหารที่ไม่ถูกวิธี
ทำให้สูญเสียวิตามินไประหว่างประกอบอาหาร เช่น การปิ้ง หรือการทอดทำให้สูญเสียวิตามินอี ถึง 50%

ผลของการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในแต่ละวันอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ หลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคกระดูกพรุนได้ ฉะนั้นการเสริมด้วยวิตามินและเกลือแร่รวมสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังบางประเภทได้
วิตามินและเกลือแร่กับโรคเรื้อรัง
กรดโฟลิค หรือโฟเลต
     
เป็นที่ทราบกันว่ากรดโฟลิค ซึ่งจัดเป็นวิตามินที่มีประโยชน์อย่างมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์และสตรีมีครรภ์โดยในแต่ละวันจำเป็นต้องการได้รับกรดโฟลิคอย่างน้อย 400 ไมโครกรัม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขสันหลังและสมองพิการในเด็กทารกแรกเกิด (neural tube defect) ได้
     
นอกจากนั้นยังพบประโยชน์ในการให้กรดโฟลิคในรูปวิตามินรวมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ รวมถึงมีการศึกษาในผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก หารมีระดับโฟเลตต่ำจะเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

กลุ่มวิตามินบี

การขาดวิตามินบี 16 บี 12 และกรดโฟลิคนั้น จะสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตันและอัมพาตได้
           
ในคนที่เป็นโรคหัวใจจะตรวจพบสารโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งอยู่สูง โดยสารนี้เมื่อถูกสันกาปจะมีผลทำลายเยื่อขาดความยืดหยุ่นและกระตุ้นทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด แต่เมื่อร่างกายได้รับวิตามินบี6 บี 12 ร่วมกับกรดโฟลิค ระดับสารโฮโมซีสเตอีกจะลดลง
           
จึงนับได้ว่ากลุ่มวิตามินบีสามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว
แคลเซียม วิตามินดี และฟอสฟอรัส
   
 แร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้จำเป็นต่อการสร้างกระดูกตั้งแต่ในวัยเด็กและวัยรุ่น ในขณะที่ผู้สูงอายุก็ยังคงจำเป็นต้องได้รับเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและลดการเกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) นอกจากวิตามินและแร่ธาตุพื้นฐานแล้วมีสารเสริมอาหารบางชนิดที่เสริมสร้างการทำงานของกระดูก เช่น Chondroitin และ Glucosamine ซึ่งอาจพิจารณาว่าควรได้รับตามความจำเป็น

เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี
     
มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยป้องกันเซลล์ ชะลอการทำลายของเนื้อเยื่อ ป้องกันการทำลายของเซลล์และดีเอ็นเอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง มีรายงานการศึกษาการให้วิตามิน อี ช่วยลดอัตราการตายจากมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายที่สูบบุหรี่ อีกทั้งวิตามินอียังช่วยป้องกันโรคเลือดได้ โดยไปยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือด
     
นอกจากนี้ สารต่อต้านอนุมูลอิสระจะทำงานร่วมกับวิตามินบีเช่นเสริมสร้างการทำงานและป้องกันการตายของเซลล์ประสาทจากการทำลายอนุมูลอิสระ (free radical) ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเรื้อรังทางระบบประสาท ได้แก่ โรคสมองเสื่อม (Alzheimer disease and Parkinson disease)

ทำอย่างไรจึงจะได้รับวิตามินที่เพียงพอ
     
วารสารทางการแพทย์ชั้นนำ Journal of American Medical Association (JAMA) หรือ จาม่าแนะนำว่าผู้ใหญ่ทุกคนควรรับประทานวิตามินรวมวันละ 1 เม็ด เนื่องจากเป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคกระดูกพรุนได้
     
รวมถึงคำแนะนำจาก Council for Responsible Nutrition (CRN)  ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยสารอาหาร ประเทศสหรัฐอเมริกาว่าควรเริ่มต้นได้รับวิตามินและ แร่ธาตุรวมซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างเพียงพอก่อน หลังจากนั้นจึงอาจเสริมด้วยแคลเซียมหรือสารอาหารเสริมพิเศษอื่น ๆ ตามความจำเป็นของร่างกาย
     
โดยสรุปแนวทางของการมีสุขภาพดีนั้น ควรเริ่มจากการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายโดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สมดุล  ถูกสัดส่วน หรือเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงห่างจากโรคภัยได้ไม่ยาก


อ้วน.com http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: