ทางการแพทย์ร่วมแก้ไขปัญหา ลดอ้วน..ป้องกันโรค ที่จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพในระยะยาว โดยไม่ต้องอดอาหาร และเป็นวิธีการที่ไม่อันตราย อันเนื่องจากการลดความอ้วน เพื่อให้ร่างกายอยู่ในภาวะเหมาะสม รวมทั้งแนะวิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้อง ในงานสัมมนาวิชาการเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศรีสังวาลย์ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปีแห่งวันพระราชสมภพในปี 2543 จัดโดย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมศิษย์เก่าศิริราชฯ และ บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด
นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช หนึ่งในคณะแพทย์ที่เข้าร่วมเผยแพร่ความรู้ครั้งนี้ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนได้ให้ความหมายของความอ้วนไว้มากมาย เช่น ไขมันมากเกินกว่าร่างกายต้องการ และทางการแพทย์ได้ให้คำจำกัดความของ "ความอ้วน" คือ ภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว ซึ่งหมายความว่า ภาวะที่น้ำหนักมากจนเกินไป หรือเรียกว่า อ้วนอันตราย โดยจะส่งผลทำให้เกิดโรคต่างๆ และจะเห็นผลต่อไปในระยะยาว
นอกจากนั้นพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปของคนไทย ซึ่งเน้นในเรื่องความสะดวกประเภทอาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารจานเดียว ซึ่งอาหารประเภทนี้จะให้พลังงานและแคลอรี่สูง เช่น แฮมเบอร์เกอร์ หรือมันฝรั่งทอด ฯลฯ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความอ้วน
นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มของความอ้วนนั้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น สิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ชีวิตของคนไทยอ้วนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์ จนถึงวัยทอง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ผู้ชายระดับฮอร์โมนเพศชายมีแต่จะลดลง เพราะมีตัวเผาผลาญไขมันในร่างกาย ส่วนผู้หญิงจะมีการกระจายของไขมันที่ควบคุมโดยฮอร์โมนของเพศหญิง
ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนวิทยา อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช มีความเห็นว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่จะลดความอ้วนนั้นเข้าใจผิดว่าถ้าลดความอ้วนจะไม่กินแป้ง ถ้ากินข้าวมากจะทำให้อ้วนซึ่งที่จริงนั้นอาหารจำพวกแป้งเป็นหมวดที่สำคัญที่จะให้พลังงานแก่ร่างกายในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน เพราะร่างกายต้องทำงาน หัวใจต้องทำงาน ทุกส่วนในร่างกายต้องทำงาน และหลักถูกต้อง คือ ควรลดการบริโภคไขมันที่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดความอ้วน
อ.ศัลยา กล่าวต่อไปว่า การเลือกกินอาหารที่มีกากใย แต่ว่าจะได้กากใยอาหารมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นกับว่าเลือกกินอาหารอย่างไร เช่น การเลือกกินข้าวซ้อมมือ (ข้าวกล้อง) มีใยอาหารทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ เพราะมีสารอาหารช่วยป้องกันเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคอ้วน ช่วยระบบขับถ่าย และป้องกันมะเร็ง
นอกจากนี้ การจะสำรวจตัวเองว่าอ้วนหรือไม่นั้น ต้องดูจากเสื้อผ้าที่สวมว่าคับหรือหลวมเกินไปหรือไม่ หรือทางด้านโภชนาการต้องให้ถูกหลักทั้ง 5 หมู่ รวมทั้งถูกหลักการบริโภค นั้นก็คือเลือกสรรอาหารที่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงประเภทไขมัน โดยการบริโภคอาหารเช้าเพิ่มมากขึ้น อาหารกลางวันลดน้อยลงมา และอาหารเย็น ควรที่จะเน้นประเภทผักและผลไม้มากขึ้น
อ้วน.com ขอขอบคุณ - แนวหน้า
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/