หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ลับสุดยอด..ทำไงไม่อ้วน รักลูกให้ถูกทาง ปล่อย"ตุ้ยนุ้ย"อันตราย  (อ่าน 1188 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2009 »

เดลินิวส์มื่อเรามองดูเด็กนั้นเรามักจะมองเด็กที่ ตุ้ยนุ้ย บ้าง ตุ๊ต๊ะ บ้าง เป็นเด็กที่น่ารักน่าชัง น่าหยิกแก้มเล่นเสียนี่กระไร แต่เมื่อเด็กคนนั้นเริ่มโตขึ้น ความน่ารักน่าชังก็จะหายไป กลายเป็นความอึดอัด อุ้ยอ้ายเข้ามาแทนที่
          ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้พฤติกรรมการ กิน ของมนุษย์เปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะคนไทยที่หันไปนิยมการกินแบบตะวันตกหรือที่เรียกว่า ฟาสต์ฟู้ด กันมากขึ้น ซึ่งอาหารเหล่านั้นขึ้นชื่อว่าเป็น จังก์ฟู้ด คืออาหารที่ให้คุณประโยชน์น้อยมาก ไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ แถมยังเหลือเป็นไขมันสะสมเพิ่มพูนตามร่างกายอีกด้วย
          เด็กไทยได้เลียนแบบพฤติกรรมการกินของเด็กอเมริกัน
          กินตามความอยากมากกว่าความหิว ผลก็คือ โรคอ้วนถามหา
          ขณะนี้เด็กอเมริกันเป็นโรคอ้วนกันเยอะมาก เนื่องจากรับประทานอาหารเข้าไปเกินความจำเป็นของร่างกาย แม้แต่ยอดคุณแม่อย่าง ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ก็เริ่มวิตกกังวลว่า หนูน้อยเพรสลีย์ กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาโรคอ้วนนี้ด้วย
          หลังจากที่เธอออกวิดีโอเทปสอนวิธีลดน้ำหนักสำหรับสตรีหลังคลอดมาขาย ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแล้ว เธอก็วางแผนไว้ว่าจะทำวิดีโอเทปการ์ตูน ส่งเสริมให้เด็กรู้จักควบคุมน้ำหนักตัวเอง เพื่อให้เด็กป้องกันตัวเองให้ปราศจากโรคอ้วนได้
          ความจริงโรคอ้วนนี้มิได้เกิดจากพฤติกรรมการกินเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากป'ญหาด้านพันธุกรรมด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย ความเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่ผิดปกติของร่างกาย การควบคุมการเผาไหม้ของอาหารและควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่แปรปรวน
          ความแปรปรวนทางพันธุกรรมนี้เองที่สามารถนำมาอธิบายได้ว่า บางคนรับประทานมากทำไมจึงไม่อ้วน เมื่อเทียบกับอีกคนหนึ่งซึ่งรับประทานน้อยกว่าทำไมจึงอ้วนได้มากกว่า
          ทุกวันนี้เรามักละเลยปัญหาเด็กอ้วนเพราะเห็นว่าน่ารักดี ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมีผลเสียหายหลายอย่าง ประการแรกเมื่ออ้วนมากก็ทำให้เด็กเกิดปมด้อยถูกเพื่อนล้อ เลยแยกตัวตามลำพังไม่กล้าเล่นกับใครจน    มีปัญหาด้านจิตใจตามมา ดร.นิคม จารุมณี ผอ.กองสารวัตรนักเรียน    กรมพลศึกษา ระบุถึงปัญหาการหนีเรียนของเด็กในปัจจุบันว่า ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีน้ำหนักมาก เป็นโรคอ้วน ซึ่งอาจมีสาเหตุจากความเครียดในการเรียน ปัญหาการจราจร และปัญหาครอบครัว จึงมีส่วนทำให้เด็กเหล่านี้หนีเรียนออกมาเที่ยวเตร่ตามแหล่งต่าง ๆ
          ประการต่อมาคือทำให้เกิดโรคหลายอย่างเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นโรคหลอดเลือดตีบตันเมื่ออายุมาก     ขึ้น เป็นโรคไขข้อเพราะต้องรับน้ำหนักตัวมาก เกิดปัญหาทางเดินระบบหายใจได้
          ทันตแพทย์สิทธิโชค รัตนสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านทันตกรรม รพ.หนองคาย พบว่าจากการเก็บข้อมูลเด็กต่างจังหวัดโดยทั่วไปมักบริโภคขนมเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อวัน ส่วนในกรุงเทพฯจะบริโภคขนมระหว่างมื้อเฉลี่ย 3 ครั้งต่อวัน การบริโภคขนมหวานเป็นประจำนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อโรคฟันผุ เป็นโรคอ้วน หากพ่อแม่ ผู้ปกครองหันมาปลูกฝัง และเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กจากการบริโภคขนมหวานมาเป็นรับประทานผลไม้แทน ก็จะช่วยให้สุขภาพเด็กแข็งแรงขึ้น
          ในปี 2542 พบว่าอัตราการเป็นโรคอ้วนคนไทยเพิ่มขึ้น
          จากเดิมร้อยละ 3-5 เป็นร้อยละ 10-30
          ศ.น.พ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ผอ.สถาบันวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล กล่าวว่า เด็กในเมืองจะมีการบริโภคเกินความจำเป็นจนกลายเป็นเด็กอ้วนและไม่ชอบออกกำลังกาย ผู้ปกครองต้องดูแลบุตรด้วยการชวนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพยายามให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มี     ไขมันหรืออาหารหวานมีน้ำตาลมาก ควรฝึกเด็กให้รู้จักบริโภคอาหารให้ถูกหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝึกกินข้าวกล้อง ผักและผลไม้ให้เป็นนิสัย
          ควรส่งเสริมให้ลูกได้ธาตุแคลเซียมด้วยการบริโภคนม, นมเปรี้ยว, เต้าหู้, กุ้งแห้ง หรือปลาเล็กปลาน้อยทั้งก้าง จะช่วยในการสร้างกระดูก ทำให้รูปร่างสูง และพ่อแม่ควรใกล้ชิดให้เด็กมีความอบอุ่นสุขภาพจิตดี อย่าทอดทิ้งหรือตามใจด้วยการปรนเปรอแต่เงินทอง วัตถุ จะทำให้เด็กมีปัญหาและกลายเป็นคนทุกข์ง่าย-สุขยาก
          เมื่อปีที่แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการร้องเรียนจากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงว่า เด็กในความปกครองได้ขอเงินผู้ปกครองครั้งละมาก ๆ โดยอ้างว่าเอามาลดความอ้วนด้วยวิธีการฝังเข็ม นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของความกังวลในโรคอ้วน
          ฉะนั้นเวลาปรุงอาหารต้องกำหนดเมนู หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหวาน ๆ มัน ๆ อุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมัน และอย่าลืมพาลูกไปออกกำลังกายใช้พลังงาน จะว่ายน้ำก็ได้ วิ่งก็ดี หรือเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ ก็ได้
          อย่าให้ลูกติดนิสัย อ้วน ไว้ก่อนแม่สอนไว้
          ไม่เช่นนั้น ฮึ่ม !! จะเสียใจเมื่อภายหลัง !!!.


อ้วน.com ขอขอบคุณ - เดลินิวส์

http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป:  

หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
"แพทย์" เตือนคนอยากผอม กิน "ไฟเบอร์" ผิดวิธีถึงตาย ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 4074 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
"กระจกหกด้าน"เผยแหลกตัวทำอ้วน"น้ำตาลเทียม-แท้"มีสิทธิ์อ้วนเท่ากัน ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 2430 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
"หมอพักตร์พิไล "เตือนปัจจุบัน คนกำลังมีปัญหาเรื่องโรคอ้วน ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 1703 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
สธ.เตือนอย่าหลงเชื่อสรรพคุณ"น้ำผักปั่น" บทความสุขภาพเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน 0 4960 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
อย่าหลงกลขบวนการ"ยา" บทความสุขภาพเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน 0 898 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
ชาย..หญิง กับ เรื่อง "กิน" ที่แตกต่าง ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 1079 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
"ไวอากร้า"ห้ามใช้ ในกรณีใด ? บทความสุขภาพเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน 0 1788 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
คอลัมน์ชีวิตและสุขภาพ""ลดความอ้วนเพื่อปลอดโรค"" ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 2081 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
"ปีใหม่จะไม่อ้วน" ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 844 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน
ระวังกินอาหารกากใยสังเคราะห์ "เสี่ยงขาดสารอาหารขั้นรุนแรง" ข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน อ้วน 0 1109 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2009 โดย อ้วน

ลดความอ้วน ลดน้ำหนักวิธีกาารลดความอ้วน และ ลดน้ำหนักข่าวและบทความ เกี่ยวกับการลดความอ้วน ลับสุดยอด..ทำไงไม่อ้วน รักลูกให้ถูกทาง ปล่อย"ตุ้ยนุ้ย"อันตราย