หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ด (ไม่) ลับสู่สุขภาพที่ดีของ 3 หนุ่มเมนส์เฮลธ์  (อ่าน 225 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2009 »

ควันหลงจากงานประกวดหนุ่มสุขภาพดีของนิตยสารเมนส์เฮลธ์ ที่ผ่านมาได้ปลุกกระแส “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” กระตุ้นให้เราหันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น จากที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของหนุ่มๆ ผู้เข้าประกวดต่างก็ได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมเพื่อสุขภาพกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมบุคลิกภาพทั้งการแต่งตัวและมารยาทการเข้าสังคม ตลอดจนการดูแลรักษาสุขภาพที่เป็นหัวใจของงานนี้

          หนุ่มคนแรกที่มาแชร์ประสบการณ์ดีๆ คือ ร.ท.ณยศ เสาว์ทองหยุ่น หรือ ตูน หนุ่มหล่อผู้พิชิตถึงสองรางวัล คือ รางวัลหนุ่มสุขภาพดีประจำปี 2551 “Men’s Health Guys’ Challeng 2008” และรางวัลหนุ่มผิวดี The Healthiest Skin ไปครอง กล่าวว่า “มันค่อนข้างเกินความคาดหมาย ผมไม่คิดว่าจะได้ตำแหน่งอะไร แค่ได้เข้ารอบถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้ว่าการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องจริงๆ เป็นอย่างไร” ทหารอากาศหนุ่มเผยถึงการเตรียมตัวในครั้งนี้ว่า “…ผมเป็นคนอ้วนง่ายเพราะชอบทานของหวานจุกจิก แถมยังเป็นภูมิแพ้ที่เรื้อรังมานาน ผมเคยหนักถึง 80 กิโลกรัม ซื้อยาลดความอ้วนมาทานเอง น้ำหนักลดลงจริงแต่ร่างกายโทรมมาก พอหยุดยามันอ้วนขึ้นกว่าเดิม ผมเริ่มออกกำลังกายทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และลดทานของหวาน ก็ควบคุมไม่ให้อ้วนขึ้นอีกได้

          …ก่อนเข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพ ผมหนักประมาณ 70 กก. ที่ส่วนสูง 179 ซม. คุณหมอแนะนำว่าจะต้องเพิ่มน้ำหนักอีกประมาณ 5 กก. จึงจะเหมาะกับโครงสร้างของร่างกาย ผลการตรวจภายในร่างกายไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่กับการเตรียมตัวมาเป็นปี คือผมมีคอเลสเตอรอลค่อนข้างสูง มีสมรรถภาพร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควร กล้ามเนื้อภายนอกใหญ่แต่ไม่แข็งแรงและมีอายุร่างกายแก่เกินจริง 2 ปี

          …หลังจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ทั้งด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการอย่างถูกต้อง ยังมีเทรนเนอร์ส่วนตัวที่คอยกำกับการออกกำลังกาย ภายในระยะเวลาสามเดือนผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างชัดเจน คือกล้ามเนื้อช่วงอกเพิ่มขึ้น ไหล่กว้างขึ้น ตอนนี้ใส่เครื่องแบบแล้วดูดีขึ้น รู้สึกมั่นใจ

          …ผมเป็นคนอ้วนง่าย ตั้งแต่หันมาสนใจดูแลสุขภาพ มีวินัยกับตัวเองมากขึ้นทั้งเรื่องการกิน และการออกกำลังกาย น้ำหนักเริ่มคงที่ รูปร่างกระชับ กล้ามเนื้อและร่างกายแข็งแรงมากขึ้น อาการของโรคภูมิแพ้หายไปเลย เวลาทำงานก็ไม่เหนื่อยและมีสมาธิดี บางครั้งรับงานเดินแบบติดๆ กันหลายคืนและต้องนอนดึก ตื่นเช้าผมก็ยังสดชื่นไม่รู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก่อนผมออกกำลังกายแบบไม่รู้ ผลที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ปัจจุบันผมออกกำลังกายวันละประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เริ่มด้วยการวิ่ง 20-30 นาที ต่อจากนั้นเข้ายิมเล่นเวตเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เรื่องอาหารต้องงดของหวานและอาหารจำพวกแป้ง ลดทานเนื้อสัตว์ ทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น ผมคิดว่าจะใช้หลักการในการดูแลสุขภาพที่ได้จากการประกวดนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปครับ”

          ชายหนุ่มคนต่อมา “ไมค์เคิล พูนพิพัฒน์” หรือ ไมค์ วัย 35 ปี “ไมค์เป็นคนชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะ “เซิร์ฟโบ๊ท” แต่ได้เว้นระยะไปนานเพราะหาที่เล่นในเมืองไทยไม่ได้ เป็นเวลากว่า 5 ปีที่ไมค์ละเลยสุขภาพตัวเอง ทานอาหารไม่เป็นเวลา นอนดึก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย และไม่มีเวลาออกกำลังกาย ภายในเวลาสามเดือนที่ไมค์ต้องเปลี่ยนนิสัยการกินที่ไม่ถูกต้องมาถึง 5 ปี เขาเปลี่ยนตัวเองได้อย่างไร

          “…ทีแรกผมไม่เคยคิดจะสมัครเพราะคิดว่าผมไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพและเคยคิดว่าคนที่เข้าฟิตเนสหรือศูนย์ส่งเสริมสุขภาพคือคนที่มีปัญหาเท่านั้น ผมรู้จักงานประกวดนี้เพราะเมื่อปีที่แล้วพี่ชาย “บ๊อบบี้” ก็ได้ร่วมประกวด ผมเห็นว่าเขามีการเปลี่ยนแปลงเยอะทั้งเรื่องอาหารการกินและไลฟ์สไตล์ พี่ชายแนะว่าปีนี้ผมย่างเข้า 35 ปีแล้ว เป็นจุดเปลี่ยนต้องเลือก ในที่สุดก็ลองสมัครดูและไม่คิดว่าจะได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ผลการตรวจพบว่าผมมีปัญหาสุขภาพมากกว่าที่คิด ผมมีคลอเลสเตอรอลสูง กล้ามเนื้อและร่างกายไม่แข็งแรง มีน้ำหนักเกิน คือ 78 กก. เทียบกับส่วนสูง 170 ซม. คุณหมอวินิจฉัยว่าสาเหตุของปัญหาสุขภาพของผมเกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่ถูกต้อง คือพักผ่อนน้อย ทานดึก นอนดึก ชอบทานของทอดซึ่งเป็นที่มาของคลอเลสเตอรอลสูง ผมถึงเข้าใจและเริ่มเทคเอชั่น มันเกิดแรงบันดาลใจเพราะมีเป้าหมายว่าเราทำเพื่อตัวเองจริงๆ”

          “…ผมลดน้ำหนักยากเพราะระบบเผาผลาญร่างกายไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ตอนนี้น้ำหนักเหลือ 75 กก. ทุกวันนี้ผมเล่นโยคะทุกเย็น เล่นคาร์ดิโอ ส่วนเรื่องอาหารผมจะคิดก่อนสั่ง เป็นการเปลี่ยนนิสัยการกินไม่ดีที่มีมา 5 ปี ผมคิดว่าผมทำได้ดีเลยทีเดียว มันท้าทายว่าเราก็ทำได้ การทำให้ตัวเองสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุมาก ทำตอนอายุยังน้อยก่อนที่จะสาย ตอนนี้ผมรู้สึกมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากขึ้นใส่กางเกงได้ทุกตัวที่ซื้อมา เวลาโพสต์รูปใน hi 5 ผมก็ดูดีสมวัย ผมเลิกบุหรี่มา 2 เดือนแล้ว ผมออกกำลังกายวันธรรมดาสองครั้งเช้า-เย็นเสาร์อาทิตย์ครั้งเดียวครั้งละ 1-2 ชั่วโมง หลังจากผ่านการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ผมรู้สึกมีกำลังวังชา มีความกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิดี ทำงานได้มากขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย เวลาป่วยก็หายไวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น”

มาถึงหนุ่มคนสุดท้าย “ปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล” หรือ โมทย์ 39 ปี โมทย์เคยเป็นนักมวยมหา’ลัยมาก่อน แต่พอเริ่มทำงานซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวซึ่งเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ก็ทำงานแบบอุทิศตัวเองจนแทบไม่มีเวลาให้กับสุขภาพเพราะต้องพบปะผู้คนทั้งวันตั้งแต่เช้าตกเย็น อาหารเช้าแค่กาแฟถ้วยเดียว ทานอาหารไม่เป็นเวลา ตกเย็นดื่มเหล้าและขาดการออกกำลังกาย

          จนกระทั่งวันหนึ่งโมทย์ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการหายใจเข้าออกขัด ต้องคอยดมยา เดินไปไหนได้ไม่กี่เมตรก็เหนื่อยง่าย ทางเลือกในการรักษาคือผ่าตัดหรือทานยาและออกกำลังกาย โมทย์เลือกที่จะไม่ผ่าตัดและเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง เผอิญเห็นมีจัดประกวดหนุ่มสุขภาพดีก็ลองสมัครดูและได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

          โมทย์ เล่าว่า “…ก่อนหน้าการเข้าประกวดผมเพิ่งเริ่มออกกำลังกายได้ไม่กี่อาทิตย์ ผมลองสมัครดูไม่ได้คิดอะไร ผมได้รับการเช็คร่างกายอย่างละเอียด ดูว่าจะมีอะไรบ้างที่เป็นจุดอ่อน ทั้งการตรวจเลือดวัดสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ ตรวจมวลกล้ามเนื้อและไขมัน อายุชีวภาพเทียบกับอายุจริง ผลจากการตรวจโดยรวมแล้วมวลรวมของร่างกายขาดความสมดุล และมีสมรรถภาพร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร ผมน้ำหนักเกินไปเยอะ หนักประมาณ 79 กก.เทียบกับส่วนสูง 173 ซม. มีไขมันสะสมตามจุดต่างๆ”

          “ผมเอาคำแนะนำและความรู้ที่ได้จากคุณหมอมาปรึกษาเทรนเนอร์ เพื่อออกแบบการบริหารร่างกายที่ถูกต้องว่าควรจะเบิร์นยังไง บิวกล้ามเนื้อแบบไหน ผมต้องลดไขมันหน้าท้อง ทางด้านสรีระยังต้องเพิ่มไหล่ และอก กล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง ต่อมาได้เข้าอบรมเรื่องโภชนาการ อาหารเช้าต้องทานและต้องทานให้ครบมื้อและตรงเวลา ช่วงเย็นลดอาหารพวกแป้ง และเพิ่มการพักผ่อน”

          “หลังจากได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งๆ ที่เพิ่มมื้ออาหารแต่น้ำหนักกลับลดลง 8-9 กก. ภายใน 3 เดือน ด้วยการออกกำลังกาย ไม่รู้สึกโหยเพราะเราลดแบบไม่ได้อด ทานให้ตรงมื้อ เช้าทำงานได้นิ่ง มีสมาธิดี ผมเคยกินกาแฟ 7-8 แก้วต่อวันตอนนี้เหลือ 1-2 แก้ว เปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้ น้ำเปล่าแทน ผมออกกำลังกายทุกวัน วิ่ง 30 นาทีหรือ 5 กม. และตั้งเป้าที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

           “สุขภาพที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้อง คือถ้าเราไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เราก็จะสะเปะสะปะไม่รู้ว่าต้องเพิ่มลดส่วนไหนในสรีระของเรา เราคิดเดาไปเอง ทำด้วยความไม่รู้ เราไปอดอาหารน้ำหนักอาจจะลดลงจริงในเดือนสองเดือนในระยะยาวมันอยู่ไม่ได้ มันไม่ได้ฝึกวินัยกันจริงๆ ไม่ได้ปรับพฤติกรรมจริงๆ เรามีที่ปรึกษาแต่ที่เหลือก็อยู่ที่เรา ถ้าเราเอาจริงเอาจังแต่เริ่มผิดวิธี มันก็ไม่ได้ผลและอาจส่งผลเสีย ถ้าเอาจริงเอาจังถูกวิธีมันก็อยู่ได้ยาว” โมทย์ กล่าวทิ้งท้าย



อ้วน.com ขอขอบคุณ - บ้านเมือง
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: