เปิดคอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า เพื่อนำเสนอพรรณพืชต่าง ๆ ของเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสมุนไพรไทยที่อุดมด้วยคุณค่า ไม่เฉพาะแต่ชาวไทยเท่านั้นแม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังยอมรับว่ามีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์เหลือหลาย
ไหน ๆ เปิดคอลัมน์เป็นวันแรกก็ขอถือโอกาสบุกด้วยการเสนอเรื่องราวของ บุก (จากหนังสือไม้ริมรั้ว สมุนไพรกับวัฒนธรรมไทย ของสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข) พืชสมุนไพรที่กำลังฮือฮาเป็นอย่างมากในขณะนี้เสียเลย
บุก มีชื่อพื้นเมืองว่า บุก (ทั่วไป) บุกคุงคก (ชลบุรี) เบีย เบือ (แม่ฮ่องสอน) หัวบุก (ปัตตานี) มันชูรัน (กลาง) ชื่อสามัญ Stanleys Water-Tub ชื่อวิทยาศาสตร์ Amorphophallus campanulatus Bl.ex Decne. วงศ์ ARACEAE
บุกเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน สูงประมาณ 120-150 ซม. ลงหัวใต้ดินคล้ายบอนลำต้นกลมอวบอ้วน โคนกับปลายมีขนาดเกือบเท่ากัน ผิวเกลี้ยง ลำต้นสีเขียวอ่อน แต่ตามโคนต้นมีสีเขียวเข้มปะปน ตามลำต้นและก้านใบมีสีต่าง ๆ ปะปนแล้วแต่ชนิดของบุก ดูแล้วคล้ายคนเป็นโรคผิวหนัง ในช่วงฤดูแล้งลำต้นจะเหี่ยวตายเหลือแต่หัวใต้ดิน และจะแตกลำต้นใหม่เมื่อเข้าฤดูฝน ใบแผ่ขยายกว้างเกือบเป็นวงกลมคล้ายกับกางร่มและหยักเว้าเป็นแฉก ๆ มีรอยด่างเป็นดวงสีเขียว ดอกออกเป็นช่อสีแดงอมน้ำตาลหรือสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็นคล้ายซากเน่า ขยายพันธุ์โดยใช้หัวใต้ดิน พบทั่วไปในป่าดงดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าที่ราบ ในสวนยางพารา
ประโยชน์ทางยา ส่วนที่ใช้เป็นยาคือหัว มีรสเบื่อเมา มีสรรพคุณกัดหนองหรือแผล กัดเสมหะและเลือดก้อน
ประโยชน์ทางอาหาร ใช้ต้นอ่อน ใบอ่อน รับประทานเป็นผัก และปัจจุบันมีการนำมาใช้เป็นยาลดความอ้วน
อ้วน.com ขอขอบคุณ - เดลินิวส์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/