ลักษณะการดำเนินชีวิตของคนเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือกิจกรรมงานบ้านทั่วๆ ไป ยังไม่ถือเป็นการออกกำลังกาย แต่เป็นการใช้พลังงาน เวลาที่เราใช้พลังงานทำงานอะไรก็ตามแต่ ขึ้นอยู่กับความหนักเบาและเวลาที่กระทำ กล่าวคือ ใน 5 นาทีแรกร่างกายจะใช้น้ำตาลเป็นพลังงานเสมอ แต่จะเริ่มมีการเผาผลาญพลังงานเสมอ แต่จะเริ่มมีการเผาผลาญพลังงานที่เป็นไขมันบ้างแต่ก็เล็กน้อยมาก หรือแทบจะเรียกได้ว่ายังไม่กระเทือนผิวไขมัน แคลอรีที่ถูกเผาไปแล้วจะอยู่ในรูปแบบของน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ลดความอ้วน เพราะไขมันไม่ได้ถูกละลายออกไป แต่จะลดน้ำตาลที่คั่งค้างในกระแสเลือด ลดการเป็นโรคเบาหวานลงได้
น้ำตาลตรงนี้เราใช้ไม่หมด คั่งค้างสะสมไว้ก็จะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นไขมันต่อไป วนเวียนเป็นวงจรอย่างนี้ยิ่งเพิ่มก็ยิ่งพอกเก็บเป็นยุ้งเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า 5 นาทีแรกน้ำตาลถูกเผาผลาญแต่ไขมันยังอยู่นิ่ง
ทีนี้ถ้าเราไปออกกำลังกายในรูปแบบที่เราชอบ อะไรก็ได้ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งไปเรื่อยๆ ให้นานถึง 20-30 นาที เริ่มจาก 5 นาที และสู่นาทีที่ 6 ไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนเอาไขมันมาเป็นพลังงานเผาไปเรื่อยๆ นาทีที่ 6-7-8-9 ก็จะเริ่มเผามากขึ้น สักครึ่งชั่วโมงก็จะได้ 300 แคลอรี การใช้พลังงานในรูปแบบของการออกกำลังกายนี้ก็ทำให้น้ำหนักเราลดลง ไขมันในเลือด ไตรกลีเซอร์ไรด์ก็จะลดตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นไขมันพุง ในลำไส้ ก็จะพากันละลายออกมาด้วย
ฉะนั้นการที่ไขมันจะพากันไปจับในเส้นเลือดจึงมีโอกาสน้อย ทำให้เส้นเลือดเราไม่ตีบ เหมือนท่อน้ำทิ้งไม่มีเศษอาหารอุดตันก็ไหลคล่องตัว โดยเฉพาะเส้นเลือดสมองและหัวใจซึ่งเป็นสัญญาณอันตราของชีวิต ถ้าตีบจากไขมันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะส่งผลกระทบมากมายทั้งตัวเราเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะในสมองถึงกับเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
เห็นหรือยังครับ ทำไมจึงตั้งเงื่อนไขของการออกกำลังกายว่าต้องให้เป็นแบบแอโรบิกให้นานต่อเนื่อง 20 นาที แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งการถูกฝึกฝนมาแล้วของแต่ละคน
นอกจากนี้การออกกำลังกายในช่วงนาทีที่ 10 เป็นต้นไปเริ่มมีการหลั่งของเอนดอร์ฟีน โกรว์ธฮอร์โมน อินซูลิน ออกมาเพื่อให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส มีการเผาผลาญพลังงานของเสียต่างๆ หมดไป ร่างกายก็เหมือนกับจะหยั่งรู้ว่าต้องใช้เวลาเท่านี้นะจะได้ผลตามมา เมื่อเริ่มมีการหลั่งเอนดอร์ฟินออกมาทำให้เราเริ่มมีความสุขกับการออกกำลังกาย อารมณ์แจ่มใส ข้อต่อต่างๆ เริ่มคล่อง ให้เราสามารถออกกำลังกายต่อได้นานถึงนาทีที่ 20-30 แต่ก็ไม่ควรเกิน 40 นาที สำหรับคนอายุมาก เพราะอาจบาดเจ็บได้ ถ้าเราออกกำลังกายเกินหนึ่งชั่วโมงจะบาดเจ็บเกิน 5 เท่า การบาดเจ็บอย่างนี้ไม่ดี ทำให้เราทำต่อเนื่องไม่ได้
การออกกำลังกายที่หนักคือ over เกินไป สามาถรถวัดหรือสังเกตได้ง่ายๆ คือ ระหว่างอยู่ในช่วงออกกำลังกายลองพูดกับตัวเองดูสิ เช่น วันนี้ออกกำลังกายดีจัง อากาศดี๊ดี ไม่เหนื่อยเลยแหละ ถ้าพูดไม่เป็นภาษา หายใจไม่ทัน หอบแฮกๆ พูดไม่ปะติดปะต่อ ไม่เป็นคำ ก็ถือว่าหนักเกินไป ต้องค่อยๆ ชะลอลงได้แล้ว จริงๆ แล้วเขาสอนให้จับชีพจร แต่ว่ามันยุ่งยากครับ ต้องพกนาฬิกาไปด้วย ใหม่ๆ อาจจับชีพจรที่เต้น
มีคำถาม... การเผาผลาญไขมัน 1 กิโลกรัม ใช้เวลาเผาผลาญประมาณกี่วัน?
7,700 แคลอรี คือเนื้อไขมัน 1 กิโลกรัมแท้ๆ จำไว้ว่า 7,700 แคลอรี ถ้าเราวิ่งจ๊อกกิ้งครึ่งชั่วโมง เราเผาไป 300 เอา 300 หาร 7,700 ประมาณ 25 ครั้งกว่าๆ แสดงว่าถ้าเราวิ่งจ๊อกกิ้งครึ่งชั่วโมงทุกวันๆ ละ 30 นาที เป็นเวลา 25 วัน ไขมันในตัวจะลดไป 1 กิโลกรัม อันนี้หมายความว่าทุกวันต้องกินอาหารเท่าๆ กัน คือกิน 2,000 แคลอรี ใช้ 2,000 แคลอรีไปเรื่อยๆ แล้วออกกำลังกายแบบนี้ 25 ครั้ง จะลดลง 1 กิโลกรัม
ต้องใช้ความอดทนหน่อยนะครับ ถ้าจะให้ได้ผลควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เดือนหนึ่งไม่ควรเกิน 1 กิโลกรัมครึ่ง ถ้าเกินไปข้อเสียคือหนังจะเหี่ยวย่น ลองนึกดูนะครับ คนที่แลดูอวบอิ่มก็เพราะมีไขมันหนุนใต้ผิวหนัง ไขมันอยู่เยอะเลยทำให้หน้าตาดูเต่งตึง พอเราลดไขมันใต้ผิวหนังส่วนหนึ่งกะทันหัน หรือเร็วเกินไป ผิวหนังหดตัวไม่ทันหรอกครับ ผิวหนังใช้เวลา 3-4 สัปดาห์กว่าจะหดตัวลงมา เหมือนเป่าลูกโป่งเอาน้ำใส่ลูกโป่งให้ยืด พอเอาน้ำออกหนังลูกโป่งที่เคยเต่งตึงก็จะกลายเป็นยืดและเหี่ยวย่น
อันนี้เองทำให้คนทักว่าเหี่ยวย่น ทำให้เราไม่สบายใจก็จะกลับไปกินใหม่ กลัวคนทักว่าป่วยหรือเปล่า ไม่สบายหรือ ลดช้าๆ ดีกว่าครับ เพื่อนเห็นเข้าก็จะทักใหม่ ไปทำอะไรมาถึงเพรียวลมสมสัดส่วนเชียวนะ แล้วไม่เหนื่อยเพลียด้วย เดือนละประมาณ 1-1 กิโลกรัมครึ่งน่าจะเหมาะสมที่สุด ลดลงประมาณ 3-4 กิโลกรัม คราวนี้ค่อยทานให้แหลกลาญ 3-4 วัน ให้รางวัลกับชีวิตตัวเอง เพราะ 3-4 วันไม่ทำให้เราอ้วนขึ้นหรอกครับ ให้รางวัลแก่เซลล์ ถ้าเราบังคับให้ลดๆ เยอะๆ ตลอดเวลายาวนาน เซลล์จะหิวโหย ทำอย่างนี้หมุนเวียนไป เป็นการให้รางวัลกับชีวิตของเราเอง เป็นการดูแลแบบไทยๆ ไม่เคร่งเครียด สบายใจด้วยครับ
อ้วน.com ขอขอบคุณ - โลกวันนี้
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/