ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักสาร ไคติน-ไคโตซาน ซึ่งเป็นสารที่ให้ประโยชน์มหาศาลแทบทุกด้านทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และสาธารณสุข สรรพคุณเพียงเท่านี้ถือว่ามากมายพอที่นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่ค้นพบและน่าจะนำไปสู่การทำให้เศรษฐกิจดีได้ในเมื่อเจ้าสารตัวนี้มีราคาแสนถูกเพราะทำมาจากเปลือกกุ้งเปลือกปูที่ท่านรู้จักเป็นอย่างดีและมักจะมองข้ามความเป็นประโยชน์อยู่เสมอ
หลายคนทีี่ชอบรับประทานอาหารทะเลจะทราบดีว่า กุ้ง-ปูที่ทานแต่ละครั้งจะต้องทิ้งกระดองปู เปลือกกุ้งหรือบางคนทิ้งแม้กระทั่งหัวกุ้ง ทั้ง ๆ ที่คุณค่าสารอาหารจำนวนไม่น้อยหลงเหลืออยู่แต่ถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อนำไปทิ้งในจำนวนที่มหาศาลแล้วจะนำมาซึ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการเน่าเสีย ยิ่งลงไปอยู่ในน้ำเยอะ ๆ จะไปทำลายระบบนิเวศวิทยาในน้ำส่งผลให้สัตว์น้ำตายได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้คนที่มองเห็นปัญหาและคิดว่าน่าจะนำเปลือกกุ้ง-ปูตรงนี้ไปทำประโยชน์์ได้โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่นำส่วนที่เหลือใช้ทั้งปู-กุ้ง เพราะในเปลือกของสัตว์ที่กล่าวมานั้นได้มีสารไคติน-ไคโตซานที่มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายมีความสามารถต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดยับยั้งการเจริญเติบโตมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมมากที่สุด ประมาณการว่ากว่า 700 ตัน/ปี อาทิ การนำโพลิเมอร์ไปใช้ให้เกิดความเหนียวความหนืด ในส่วนผสมของแฮร์คอนดิชั่นนิ่ง ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางสำหรับเคลือบผิวตัวเพื่อป้องกันแสงแดดใช้เป็นส่วนผสมของครีมทาผิว ครีมนวดผม แชมพู เป็นต้น
ต่อมาหน่วยงานวิจัยไบโอโพลิเมอร์ ได้มีการค้นคว้าทดลองในการนำสาร ไคตินและไคโตซานมาใช้ประโยชน์ให้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งมีหลายผลงานที่ได้รับความสนใจจากเอกชนและผลงานชิ้นแรกได้มีการพัฒนาสารไคตินมาใช้เป็นผงกรองสำหรับกรองวุ้นให้สะอาดและบริสุทธิ์ขึ้น ซึ่งได้รับผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ปัจจุบันกำลังทดลองใช้ผงกรองที่พัฒนามาจากไคตินสำหรับใช้กรองผลไม้
นอกจากนี้ การใช้สารไคตินเพื่อทดสอบกรรมวิธีการผลิต SUPER PURE WATER ซึ่งจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาและการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์สำหรับชิ้นส่วนที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนทางด้านการแพทย์ก็เช่นเดียวกันที่สามารถนำไคติน-ไคโตซานมาพัฒนาใช้ในวงการแพทย์ได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันมีหลายบริษัทสนใจที่จะนำไคติน-ไคโตซานมาดัดแปลงในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดซึ่งมีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกายทั้งอุปโภคและบริโภคตลอดจนนำไปใช้ในอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องสำอาง อาหารเสริม ผลิตยาและการเคลือบฟิล์ม เป็นต้น
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุดิบจำนวนมากพอที่ยังไม่ได้นำไปสกัดสารไคติน-ไคโตซานที่เป็นเช่นนี้เพราะบ้านเรายังไม่มีกรรมวิธีที่ดีพอที่จะผลิตสารไคติน-ไคโตซานออกมาได้บริสุทธิ์จริง ๆ และสามารถนำมาใช้งานได้เลยเฉกเช่นประเทศญี่ปุ่น เหตุผลอันนี้น่าจะมาจากเทคโนโลยีของเรายังไม่ทันสมัยพอจึงไม่สามารถนำสารที่สกัดไปใช้งานได้ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างวิจัยเพื่อหาแนวทางที่จะนำสารไคติน-ไคโตซานมาใช้ประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด นั่นหมายถึงเราต้องประสบความสำเร็จจากการสกัดสารไคติน-ไคโตซานให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้
สำหรับกระบวนการผลิตสารไคติน-ไคโตซานเริ่มจากการแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออกและการแปรรูปกุ้งนั้นต้องคัดเกรดเพื่อแปรรูปอย่างเช่นการแบ่งส่วนผลิตจากกุ้งทั้งตัวคิดเป็น 100% จะมีส่วนหัวอยู่ 38% เปลือกคิดเป็น 62% ของกุ้งทั้งตัว เมื่อแปรรูปเสร็จก็จะเหลือหัวและเปลือกกุ้งจะถูกขายไปยังโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์แต่คุณค่าของหัวและเปลือกกุ้งมีมากกว่านั้นเหมือนกันกับกระดองปูที่ลอกคราบออกมาเกษตรกรจะทิ้งเป็นส่วนใหญ่แล้วนำปูนิ่มส่งขายยังต่างประเทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวลี จันทร์กระจ่าง นักวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางน้ำ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) กล่าวถึงไคติน-ไคโตซานว่า
ธรรมชาติได้ให้คุณประโยชน์ไว้กับสัตว์ต่าง ๆ ที่มีไคติน-ไคโตซานซึ่งส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นโครงสร้าง เป็นหน้าที่ป้องกันสิ่งมีชีวิตให้อยู่รอดได้ เพราะไคโตซานเป็นโพลิเมอร์ชนิดหนึ่งจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมเกษตร
ดังนั้นการที่วิจัยเปลือกกุ้งเปลือกปูออกมาได้ไคติน-ไคโตซานสารพัดประโยชน์ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยในเมื่อประเทศที่เจริญแล้วเช่นอเมริกาและญี่ปุ่น สามารถนำไคติน-ไคโตซานไปใช้เพื่อปรับเป็นกลยุทธ์ในการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาดมาก่อนหน้านี้แล้วโดยเฉพาะเครื่องสำอาง และอาหารเสริม เป็นต้น
ประโยชน์ของสารไคติน-ไคโตซานนอกจากจะให้ประโยชน์ดังทีี่กล่าวมาแล้ว สารตัวนี้ยังนำมาใช้ในการกำจัดน้ำเสียจากโรงงานในรูปที่เรียกว่า ชีวภาพ ทำให้ไม่มีสารตกค้าง อย่างเช่นโรงงานเกี่ยวกับอาหารจะมีโปรตีนปล่อยออกมาในน้ำเน่า แต่ถ้าใช้ไคโตซานจะเปลี่ยนโปรตีนเหล่านั้นเป็นอาหารสัตว์ได้
ปัจจุบันได้มีการนำไคโตซานไปผลิตเป็นอาหารเสริมจำนวนไม่น้อย โดยคนไทยเองมีโรงงานอาหารเสริมชนิดนี้แข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศแต่เรายังประสบปัญหาทางด้านเทคโนโลยีและที่สำคัญขาดการสนับสนุนจากรัฐ ทั้ง ๆ ที่ประเทศเราได้เปรียบในด้านวัตถุดิบที่มีมากกว่าประเทศอื่น อาจารย์ สุวลี กล่าวอย่างมั่นใจ
ทางด้าน นายแพทย์โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและอาหารเสริม กล่าวถึงการนำไคโตซานมาใช้ในเครื่องสำอางและในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตลอดจนวงการแพทย์ว่า
สารไคติน-ไคโตซาน ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพอย่างการลดระดับคอเลสเตอรอล ไตรกรีเซอไรด์ในเลือด ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก แต่ยังมีบทบาทในแวดวงอุตสาหกรรมใช้บำบัดน้ำเสียจากโรงงาน และในด้านเวชสำอางอีกด้วยเพราะเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แชมพูสระผม ครีมนวดผม ยาสีฟันและอีกหลากหลายแล้วยังพบว่ามีอีกหลายบริษัทซึ่งเป็นผู้นำเครื่องสำอางกว่า 16 แห่งทั่วโลกอย่างน้อย 7 บริษัทที่ใช้สารไคติน-ไคโตซานรูปแบบต่าง ๆ ผสมในเครื่องสำอางเหล่านั้นด้วย เช่นในปี ค.ศ. 1981-1988 พบว่าผลิตภัณฑ์ชิเซโด้ มีถึง 13 ชนิดในระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเยอรมนีและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการศึกษาเรื่องไคโตซานอย่างจริงจัง
ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นกันมีการสำรวจการแข่งขันทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีสารไคโตซานผสมอยู่ด้วยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันพบว่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มียอดจำนวนสูงสุดถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี รองลงมาผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม และผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดช่องปากเท่ากับ 350 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 180 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ ในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทพบว่ามีผลิตภัณฑ์ซึ่งมีไคติน-ไคโตซานเป็นส่วนผสมอยู่ มีส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 2%, 3% และ 5% ตามลำดับ
นอกจากนี้สารไคตินเป็นสารที่อยู่ในส่วนเปลือก ๆ ของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกของแมลงบางชนิด กระดองปู เปลือกกุ้งหรือแม้แต่แกนปลาหมึก โดยส่วนใหญ่เรามัก นำมาจากกระดองปูหรือเปลือกกุ้ง โดยผ่านขบวนการทางเคมีกำจัดแคลเซียม เกลือแร่และโปรตีนออกไป อย่างเช่นกระดองปู 100 กรัม จะได้ไคตินเพียง 5 กรัม จากนั้นนำไคตินมาผ่านขบวนการดีอะเซทิเลชั่น จึงได้เป็นไคโตซานออกมา สารไคโตซานนี้มีคุณสมบัติเป็นเส้นใยอาหารและมีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าเส้นใยอาหารจากพืชก็ตรงที่มีประจุเป็นบวก ซึ่งข้อนี้เองทำให้ส่งผลทางชีวภาพและนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เนื่องด้วยการทำงานของเซลล์ในร่างกายของคนเราล้วนแต่เกิดประจุทั้งสิ้น เพราะบนผิวเซลล์มีทั้งประจุบวกและลบ หรือแม้แต่เชื้อแบคทีเรียก็มีทั้งกลุ่มที่เป็นแกรมบวกและแกรมลบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าว
จะเห็นได้ว่าประเทศไทยเราได้เปรียบประเทศอื่นอยู่มาก เนื่องจากเรามีวัตถุดิบมากกว่า ขณะนี้ขาดแต่เพียงขบวนการผลิตหรือสกัดสารไคโตซานที่ประเทศเรายังด้อยในเรื่องนี้ แต่อนาคตอันใกล้นี้เชื่อแน่ว่าบ้านเราจะต้องมีโรงงานผลิตสารไคโตซานที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในทุก ๆ ด้านอย่างเต็มรูปแบบได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเพราะศักยภาพด้านอื่นเราพร้อมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าสารไคติน-ไคโตซานจะมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อผลิตออกมาประชาชนไม่รู้จักถึงคุณสมบัติหรือขาดความเข้าใจที่จะนำไปใช้ให้ถูกต้องให้เหมาะสมแล้วประโยชน์ก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการให้ข่าวสาร ความรู้ ความเป็นมาของสารไคติน-ไคโตซานจึงมีประโยชน์ไม่น้อย ทุกคนจึงจะรู้จักและได้ประโยชน์จากไคโตซาน.
ข้อมูลจำเพาะคุณประโยชน์ของ Chitosan
Chitosan เป“นสารที่ให้หลาย ๆ คุณประโยชน์ในอุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพ ด้วยเป็นคุณสมบัติที่ดีกว่า Polymer จากธรรมชาติอื่น ๆ คือ
1. Chitosan เป“นสารที่มีประจุบวกสูงชนิดเดียวจากธรรมชาติจึงสามารถจับกับไขมันซึ่งมีประจุลบ
2. Chitosan มีโครงสร้างจับกันเป“นเหมือนตาข่ายและดูดซับน้ำทำให้บริเวณที่ถูกปกคลุมได้รับการปองกันจากแสง UV และมีความชุ่มชื้น
3. Chitosan สามารถปองกันเชื้อโรคและเชื้อรา
4. Chitosan มีความเหนียวและความหนืดเมื่อทำเป“นสารละลาย
5. Chitosan เป“นสารที่ร่างกายไม่ต่อต้าน (Biocompatible) จึงไม่เป“น พิษต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ
จากคุณสมบัติดังกล่าวจึงนำมาใช้เป“นส่วนผสมหรือตัวสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพเพื่อคุณประโยชน์ต่อไปนี้
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
** เป“นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน
** เป“นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลด Cholesterol & Triglyceride
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
** เป“นสารสำคัญในการลดไขมันบนใบหน้า
** เป“นสารสำคัญในเครื่องสำอางเคลือบผิวตัวป้องกันแสงแดด
** ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง (moisturizer)
** ใช้ในครีมรองพื้น อายแชโดว์ และลิปสติก เพื่อให้ติดทนทาน
** ใช้ให้เกิดความเหนียวความหนืด ในส่วนผสมของแฮร์คอนดิชั่นนิ่ง
ผลิตภัณฑ์ทางด้านยา
** ค่อย ๆ ปล่อยตัวยาให้ออกฤทธิ์อย่างช้า ๆ
** นำพาตัวยาไปออกฤทธิ์บริเวณเนื้อเยื่อเปาหมาย
ภาคเกษตรกรรม อาทิ ฆ่าเชื้อราในเพลี้ย
วงการแพทย์ อาทิ ไหมเย็บแผล กระดูกเทียม
อ้วน.com ขอขอบคุณ - เดลินิวส์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/