"ไวอากร้า"ห้ามใช้ ในกรณีใด ?
1.ห้ามใช้ในเด็กและสตรี
2.ห้ามใช้ยา"ไวอากร้า"ร่วมกับยาในกลุ่ม"ไนเตรต"(Nitrate)เช่น ยา"ไนโตรกลีเซอรีน"(Nitroglycerine)ซึ่งเป็นยาอมใต้ลิ้นขยายหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดที่หัวใจตีบเพราะยาสองชนิดนี้ จะไปเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงมาก จนอาจเสียชีวิตอันเป็นเหตุสำคัญของข่าวอื้อฉาวบนหน้าหนังสือพิพม์รายวันวันนี้ว่ามีผู้ใช้"ไวอากร้า"ตายไปแล้วล่าสุดถึง 30ราย
3.ห้ามใช้ยา"ไวอากร้า"ร่วมกับยา"ไซเมทธิดีน"(Cimetidine- มีชื่อทางการค้าว่า"Tagamet) ซึ่งเป็นยารักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร เพราะจะไปทำให้ความเข้มข้นของ"ไวอากร้า" ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น
4.ห้ามใช้ยา"ไวอากร้า"ร่วมกับยาปฏิชีวนะชื่อ"อีริโธรมัยซิน"(Erythromycin)หรือ ยาต้านเชื้อราชื่อ"คีโตคอนาโซล"(Ketoconazole) เพราะยาจะไปเสริมฤทธิ์กัน เกิดผลข้างเคียงมากมายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
5.ห้ามใช้ยานี้ในผู้ที่มีความผิดปกติทางกายวิภาคของอวัยวะเพศ เช่น อวัยวะเพศคดงอ เป็นแผลเป็น(Cavemosal fibrosis) หรือ อวัยวะเป็นลอนหยักจากโรค Peyronie's Disease
6.ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคบางชนิดที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดภาวะอวัยวะเพศแข็งตัวแล้วไม่ยอมอ่อน(Priapism) เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว(Leukemia) หรือโรคโลหิตจางชนิด Sickle cell anemia หรือโรคมะเร็งไขกระดูก( Multiple Myeloma)ถาม : "ไวอากร้า"ถ้ารับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะมีผลเสียอะไรบ้าง?ตอบ : หากมีการใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผลระยะยาวของการสะสมของยานี้ในร่างกายยังไม่เป็นที่ทราบกัน จนกว่าจะมีการรวบรวมผลการใช้ยานี้ทั่วโลกอีกระยะเวลาหนึ่งก่อน
เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่บริษัทผู้ผลิตยาเมื่อแรกนำยาออกสู่ตลาดโลก ก็มักจะโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงแต่สรรพคุณแต่ด้านที่ดีเลิศวิเศษประเสริฐศรีไปหมด เพื่อผลตอบแทนด้านการค้า เพราะยังขาดการศึกษาวิจัยหาข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะผลข้างเคียงระยะยาว แต่พอใช้กันไปสักพัก ก็จะมีรายงานจากทั้งผู้ป่วย และแพทย์ผู้สั่งยานี้ให้คนไข้ใช้ถึงผลเสียต่างๆ ในอดีตมียาหลายตัวถึงกับถูกผู้ป่วย หรือ ญาติที่เสียหายฟ้องร้อง และยาหลายตัวทีเดียวที่บริษัทผู้ผลิต ต้องถอดถอนยาออกจากตลาดในที่สุด เช่นยา "ธาลิโดไมด์"(Thalidomide)ที่ตอนออกมาใหม่ๆ ก็ฮือฮากันมาก แต่ภายหลังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ใช้ยานี้แล้ว คลอดลูกออกมา ทารกน้อยพิการแขนขากุด น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง บริษัทผู้ผลิตถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนเกือบล้มละลาย หรือ เมื่อไม่นานมานี้ ก็มียา"เฟน-เฟน"(Fen-phen) ซึ่งเป็นยาลดความอ้วน แรกออกวางตลาดก็บรรยายสรรพคุณเสียเลิศล้ำ แต่พอใช้ไปพักเดียว ก็พบมีผลข้างเคียงเป็นอันตรายต่อลิ้นหัวใจ จนต้องรีบถอนยาออกจากตลาดแทบไม่ทัน
ยานี้ออกวางตลาดโดยยังไม่มีข้อมูลการศึกษาเลย ในด้านผลระยะยาวต่อตัวอสุจิ ทั้งในแง่ต่อปริมาณ จำนวนของอสุจิ รูปร่าง การเคลื่อนที่ และคุณสมบัติของ "โครโมโซม"ที่เป็นตัวถ่ายทอดลักษณะต่างๆ ทางพันธุกรรม การศึกษาวิจัยที่บริษัทยาได้ทำไปก่อนจะนำออกจำหน่ายก็มุ่งเน้นเฉพาะแต่ในแง่ผลต่อการแข็งตัวของอวัยะเพศชายเท่านั้น ไม่ได้ติดต่อไปถึงว่าภายหลังการร่วมเพศได้สำเร็จแล้ว การตั้งครรภ์ซึ่งก็อาจจะมีตามมา รวมทั้งทารกที่เกิดจากพ่อที่ใช้ยานี้ จะมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร?ถาม : การใช้ยา"ไวอากร้า"ในผู้สูงอายุ มีข้อควรระวังอะไร?ตอบ : ยานี้จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายทางอุจจาระ ในผู้ป่วยกลุ่มสูงอายุ (อายุมากกว่า 65ปีขึ้นไป)ความสามารถในการขจัดยาออกจากร่างกายจะน้อยกว่าผู้ป่วยกลุ่มอายุน้อย (18-45 ปี) เมื่อขจัดยาออกจากร่างกายได้ช้า ก็ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุ โดยระดับยาจะสูงกว่าคนอายุน้อยถึง 85% จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ในผู้ป่วยสูงอายุแพทย์จะเริ่มสั่งใช้ยาในขนาดต่ำที่สุดก่อน คือ เม็ดขนาด 25 มิลลิกรัม
อ้วน.com ขอขอบคุณ - แนวหน้า
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/