เรื่องของการ "กิน" ว่ากันว่า ระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง ต่างกันยิ่งนัก
คำถามจึงเกิดขึ้นตามมาว่า ... ทำไม ผู้ชายและผู้หญิงจึงมีพฤติกรรมการกินที่ต่างกัน
ของว่างสำหรับผู้ชาย มักเป็นชิพ และถั่วโรยเกลือ ในขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกกินช็อกโกแลต ... ผู้ชายต้องการสเต็ก ผู้หญิงต้องการอะโวคาโด
ในแต่ละวัน ผู้หญิงจะมีความต้องการในการกินน้อยกว่าชาย และค่อนข้างเลือกอาหาร ชนิดที่เปิดตำราดูพลังงาน ดูแคลอรีกันเลยก็ว่าได้ ส่วนผู้ชายจะกินกันอย่างไม่คำนึง แต่เน้นเรื่องอาหารที่มีปริมาณมาก และเลือกกินแต่อาหารที่เขาต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารง่ายๆ กินเข้าไปโดยไม่คำนึงว่าองค์ประกอบของอาหารเป็นเช่นไร ผิดกับผู้หญิง ถ้าจะกินอะไรสักอย่าง จะคิดและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า กินเข้าไปแล้วจะต้องอดอาหารมื้อเย็นรึเปล่า จะมีแคลอรีมากเกินกว่าร่างกายต้องการรึเปล่า
จริงๆ แล้ว "เพศ" มีผลต่อการลดความอ้วนและสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด คล้ายกับขนหน้าอกของผู้ชาย ที่มักคิดว่า มันหนาพอที่จะสามารถป้องกันรังสียูวีโดยไม่ต้องพึ่งครีมกันแดด เมื่อเปรียบเทียบกัน ผู้หญิงเลือกที่จะกินฟรุตสลัด เนื่องจากคิดว่าตนเองบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณน้อย
และเมื่อกล่าวถึงเรื่องโภชนาการ ผู้หญิงก็เป็นเพศที่เลือกอาหารได้ดี ผลจากการกินที่ดีนั่นเองทำให้ผู้หญิงจึงมีอายุยืนกว่าผู้ชายประมาณ 6 ปี และไม่อ้วนพลุ้ยเป็นสาวตุ้ยนุ้ย คิดสัดส่วนได้ประมาณ 50% ส่วนผู้ชายจะมีน้ำหนักที่มากกว่า 1-3 เท่าของน้ำหนักผู้หญิง
ผู้หญิงมักปฏิบัติตามโปรแกรมการลดความอ้วนอย่างเคร่งครัด ด้วยการเลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ ไม่ยุ่งกับเครื่องดองของเมาที่มีแอลกอฮอล์ ยิ่งเดี๋ยวนี้ผู้หญิงที่เริ่มหันมาเป็นพวกมังสวิรัติก็เพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในทางกลับกัน ผู้ชายชอบกินอาหารที่ตนเองชอบและต้องการ โรเซแมรี สแตนตันท์ นักโภชนาการ อธิบายเกี่ยวกับผู้ชายที่ชอบกินแบบไม่ยั้งว่า พฤติกรรมที่ชอบซื้ออาหารตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าอาหารว่าง หรืออาหารหนัก ตามปั๊มน้ำมันหรือร้านค้าทั่วไป ล้วนแต่เป็นอาหารที่เพิ่มน้ำหนักแทบทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการบริโภคของผู้หญิงก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตน ผู้หญิงจะมีความรู้ในเรื่องของการกินอาหารเพื่อสุขภาพและการลดน้ำหนัก แต่ส่วนใหญ่พบว่า ผู้หญิงที่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ก็สืบเนื่องจากความรู้สึกที่ไวต่อเรื่องอาหาร ทำนองว่า รู้สึกผิดเมื่อกินอาหารบางชนิดไป จนเกิดอาการกดดันและหาทางแก้ไข
แต่เมื่อนึกถึงคำถามที่ว่า ทำไมผู้หญิงจึงชอบกินของหวาน และหลังจากกินแล้วเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี คำตอบก็คือ มันมีหลักฐานก่อนหน้านี้ว่า ได้กินอะไรมาก่อนแล้ว จนไม่จำเป็นต้องกินอาหารหวาน หรือกินบ่อยๆ ตามความต้องการทางชีวภาพ ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงระดับสารทางเคมีในสมองของผู้หญิงที่ทำให้รู้สึกสบายน้อยลง เป็นเหตุทำให้เกิดอารมณ์เศร้า ซึ่งความหวานจะไปสร้างสารเคมีที่ทำให้สบายเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายแล้ว อาจเป็นเพราะว่าระดับของ (ซีโรโตริน) ของผู้ชายมีมากกว่า ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกไม่ดีภายหลังการกิน
โดยเฉลี่ย ผู้ชายต้องการไขมัน 125 กรัมต่อวัน แต่นักโภชนาการแนะนำว่า ทางที่ดีแล้ว หญิงและชายควรเก็บสะสมไขมันไว้อย่างมาก 40 กรัมต่อวัน ผู้ชายจะกินอาหารที่มีไขมันสูง อย่างถั่วลิสงหรือมันฝรั่งแกล้มกับเบียร์ ซึ่งภายหลังผู้ชายก็จะได้เรียนรู้ว่า ความอ้วน นั้นมาจากไหน
และถึงที่สุด ผู้ชายก็ยังคงเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ง่ายกว่าผู้หญิงอยู่ดี
อ้วน.com ขอขอบคุณ - ไทยโพสต์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/