หากใครอยากลดความอ้วน แต่ดันหลงใหลในรสชาติไอศกรีมสตรอเบอรี่อย่างหัวปักหัวปำ นักจิตวิทยายืนยันว่า "ช่วยได้" เพียงแต่เจ้าตัวต้องพร้อมใจยอมรับ "ความทรงจำลวง" เสียก่อน
วิธีนี้ได้ผลชะงัดนัก เพราะผู้ถูกเปลี่ยนความทรงจำจะสามารถตัดใจจากอาหารที่อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอลได้เอง โดยไม่มีความอยากกินอีกเลย หลังจากนักจิตวิทยาปลูกฝังประสบการณ์ลวงๆ ใส่หัวว่า ขนม หรืออาหารสุดโปรดนั้น เคยเป็นตัวการทำให้เจ้าตัวป่วยสมัยเป็นเด็ก
กลุ่มนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เผยว่า พวกเขาสามารถสะกดให้กลุ่มตัวอย่างเกลียดไอศกรีมสตรอเบอรี่ ขนมกรุบกรอบ และไข่ต้มได้ ทั้งๆ ที่คนกลุ่มนี้เคยชอบของประเภทนี้นักหนา
"สิ่งที่เราทำคล้ายกับเป็นการล้างสมองอย่างหนึ่ง เพราะเราจะทำให้ผู้ที่สมัครมาเป็นกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า พวกเขาเคยป่วยเพราะอาหารจานโปรดของตัวเองสมัยยังเป็นเด็ก ความเจ็บปวดจากประสบการณ์ปลอมๆ นี้ จะช่วยให้พวกเขาไม่อยากกินอาหารเหล่านี้ไปเอง" นักจิตวิทยารายหนึ่ง กล่าว
นอกจากการสะกดให้คนหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว กลุ่มนักทดลองยังยืนยันว่า พวกเขายังสามารถสร้างความจำลวงให้กลุ่มตัวอย่างหันไปชื่นชอบหน่อไม้ฝรั่งได้ด้วย ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยชอบมาก่อน
"เราใช้วิธีสะกดจิตให้กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า พวกเขาเคยชอบผักประเภทนี้สมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก" นางเอลิซาเบ็ธ ลอฟตัส อาจารย์ชื่อดังอธิบาย
เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านจิตวิทยา พฤติกรรมสังคม และอาชญาวิทยา
"ถ้าเราพัฒนาเทคนิคนี้ยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เราน่าจะสามารถช่วยให้คนกินผัก ผลไม้ และอาหารที่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้นด้วยการสร้างความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ให้คน ขณะเดียวกัน เราก็อาจจะช่วยให้คนหลีกเลี่ยงอาหารที่คอเลสเตอ รอลสูงและไม่ค่อยเป็นประโยชน์ได้ด้วย" อาจารย์ลอฟตัส กล่าว
ในการทดลองของเธอ นางลอฟตัสให้กลุ่มนักศึกษากรอกข้อมูลในแบบฟอร์มว่า พวกเขาชอบอาหารอะไรเป็นพิเศษและเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารพวกนั้นเช่นไรบ้าง
"จากนั้นเราทดลองใช้ระบบวิเคราะห์ทางคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกนักศึกษาบางคนว่า พวกเขาเคยป่วยเพราะกินไอศกรีมสตรอเบอรี่มาก่อน" อาจารย์ลอฟตัส กล่าว
ผลปรากฏว่า เมื่อสำรวจเรื่องขนม หรืออาหารจานโปรดของอาสาสมัครกลุ่มเดิมอีกครั้ง ปรากฏว่านักศึกษาเกือบร้อยละ 20 ระบุว่า ตัวเองเคยกินไอศกรีมสตรอเบอรี่แล้วป่วย เลยตั้งใจว่าจะไม่กินอีกแล้วในอนาคต
"พอเราใช้วิธีการเดียวกันกับกลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่ม ปลูกความทรงจำปลอมที่ไม่ดีเกี่ยวกับไอศกรีมสตรอเบอรี่ลงไป แล้วกลับมาถามพวกเขาซ้ำอีกครั้งเกี่ยวกับประสบการณ์การรับประทานไอศกรีมสตรอเบอรี่ โดยขอให้พวกเขาตอบอย่างละเอียด เราพบว่า ร้อยละ 41 ของกลุ่มตัวอย่างประกาศตัวว่า เคยกินไอศกรีมรสนี้แล้วป่วย เลยไม่คิดจะกินอีกแล้ว" อาจารย์ลอฟตัส กล่าว
แม้จะยอมรับว่า วิธีสร้างความทรงจำลวงนี้มีปัญหาด้านจริยธรรม แต่นางลอฟตัสชี้ว่า พ่อแม่อาจจะเอาวิธีนี้มาใช้เพื่อช่วยให้เด็กๆ กินแต่อาหารที่เป็นประโยชน์ได้
"พ่อแม่หลายคนอาจจะบอกว่าเราไม่ควรหลอกลูก แต่หากจะว่ากันตามจริง พ่อแม่ก็หลอกลูกมาตลอดเช่นว่า โลกนี้มีซานตาคลอส" อาจารย์ลอฟตัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสตีเฟน เบนกี้ ผู้อำนวยการสมาคมจิตวิทยาแห่งอเมริกา ระบุว่า การสร้างความทรงจำลวงนั้นน่าจะขัดต่อหลักจริยธรรม เพราะเป็นการสร้างความทรงจำลวงใส่หัวให้คน
"ถ้าคุณเปลี่ยนความทรงจำวัยเด็กของคนคนหนึ่งไปทั้งหมด แล้วคุณจะเรียกว่าถูกหลักจริยธรรมหรือ" นายเบนกี้ กล่าว
อ้วน.com ขอขอบคุณ - คมชัดลึก
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/