“ไม่อ้วน ไม่เครียด” / คาถาป้องกันโรคหัวใจถามหา
ผู้ชายคนหนึ่งเป็นนักกีฬาเต็มตัวมาตลอดชีวิต ชอบเล่นกีฬามากเป็นชีวิตจิตใจ แต่เค้าไม่เคยนึกเลยว่าจะเป็นโรคหัวใจอุดตันเส้นเลือดโคโรนารี จนต้องทำการผ่าตัดหัวใจขยายหลอดเลือด โดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดและใส่ท่อเหล็ก เรียกว่า “สะเต้นท์” เข้าไปในหลอดเลือด
ทำไมจึงเป็นโรคหัวใจเส้นเลือดตีบตัน?
ทั้งที่เขาไม่สูบบุหรี่ เลิกมานาน 30 ปี ตั้งแต่อายุ 25 ปี ปัจจุบันอายุ 55 ปี เลิกกินเหล้ามานาน 10 กว่าปีแล้ว ไม่เคยแตะแอลกอฮอล์เลยแม้แต่หยดเดียว
ความเสี่ยงของเขาที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดก็คือ ความอ้วน เขาเป็นคนอ้วนมาก สูง 173 ซม. แต่หนักมากถึง 94 กิโลกรัม ดังนั้นการป้องกันโรคหัวใจวายของเขา คือ ความพยายามในการลดความอ้วน
ทำไมถึงอ้วน?
สาเหตุที่อ้วนก็คงเพราะเลิกกินเหล้า และหันมากินขนมและน้ำหวานแทน ทุกครั้งที่ไปงานเลี้ยง เพื่อนๆ เขาดื่มเบียร์และดื่มเหล้ากัน เขาก็กินแต่น้ำส้ม และขนม ไอศกรีมแทน ช่วงที่เลิกกินเหล้าน้ำหนักเพิ่มประมาณ 10 กิโลกรัม ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดตีบตัน
การป้องกันโรคหัวใจวาย ประการแรกคือต้องลดความอ้วน การลดความอ้วนทำยากมาก เพราะว่ามันเกี่ยวกับนิสัยของการกินอาหาร และการออกกำลังกาย สิ่งแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การควบคุมอาหาร
สารอาหารที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด ที่เป็นปัญหาอันดับหนึ่งคือ ไขมันในเลือดที่เรียกว่า คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ เป็นสารที่พบมากในสมองของหมู ไข่แดงและมันสัตว์ ซึ่งติดมากับเนื้อสมองหมูนั้นเป็นอาหารที่คนเชียงใหม่ชอบกินมาก เขาเอามาทำแบบห่อหมกสมองหมู
ไข่แดงของไข่เป็ด มีสารคอเลสเตอรอลมาก ราคาถูกที่สุด และเป็นส่วนประกอบของอาหารในชีวิตประจำวันเกือบทุกอย่าง
มาถึงเรื่องไขมันสัตว์ เป็นเรื่องใหญ่มาก สิ่งที่เป็นของโปรดของคนอ้วนๆ ก็คือ ขาหมูพะโล้ ทีโบนสเต๊ก คอหมูย่าง เนื้อย่างน้ำตก เบคอน หมูกรอบย่าง เป็ดย่าง และเป็ดพะโล้ เป็นต้น
เมื่ออาหารที่ชอบมากๆ กินไม่ได้ แล้วจะกินอะไรแทน กินผักรับรองว่าดี ตอนเย็นๆ กลับมาจากที่ทำงาน เหนื่อยและหิว สลัดผัก 1 ชามก็ช่วยให้ท้องของคุณรู้สึกดีขึ้นมาได้ แต่น้ำสลัดควรเลือกชนิดที่ไม่มีคอเลสเตอรอลด้วย
วิธีการกินอาหารน้อยๆ ทำยาก เพราะว่าคนอ้วนจะกินจุและกินเก่ง มีหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งสอนวิธีกินน้อยๆ ว่า พอได้ข้าวมา 1 จาน รวมทั้งกับข้าวด้วยนั้น ให้กินถึงครึ่งจานแล้วกินน้ำมากๆ ก็จะอิ่ม ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งนั้น ให้เอาช้อนตักกองไว้ข้างๆ จาน กะว่าอีก 5 คำจะอิ่มพอดี ก็หยุดกินให้เหลืออาหารไว้อีก 5 คำก่อนจะอิ่ม วิธีนี้ได้ผลดีมาก อย่าเสียดายอาหารเป็นอันขาด ให้ทิ้งไปเลยทั้งข้าวและกับ ทำใจได้ง่ายกว่าการงดอาหารเสียอีก ทดลองทำดูแล้วจะได้ผลหยุดกินเมื่อ 5 คำ ของอาหารก่อนจะอิ่ม ดื่มน้ำมากๆ ถ้าหากว่า เป็นอาหารแกงจืดที่มีแคลอรีต่ำๆ เช่น แกงจืดวุ้นเส้น แกงจืดผักกาดขาว แกงจืดมะระ จะยิ่งดีมาก
ความจริงไขมันสัตว์ มันไม่ใช่เรื่องของคอเลสเตอรอลอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของไขมันอิ่มตัวด้วย เพราะว่ามันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เส้นเลือดแข็งและทำให้ไขมันในเลือดเพิ่มด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันประกอบอาหารที่เอามาใช้ทอดไข่ ทอดเนื้อ ทอดปลา ไม่ควรจะใช้ไขมันสัตว์เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันหมูนั้นห้ามเด็ดขาด ควรจะใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันรำ เป็นต้น
การคุมอาหารที่ดี อีกประการหนึ่งก็คือ กินผลไม้มากๆ เพราะว่ามันจะทำให้ท้องอิ่มตลอดวัน ผลไม้ที่กินง่ายที่สุดคือฝรั่งลูกโตๆ เพราะว่ามันจะเก็บเอาไว้ในตู้เย็นได้หลายๆ วัน ราคาถูกไม่ต้องปอกเปลือก เอามีดหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ไว้ในจานวางไว้บนโต๊ะ เดินผ่านก็จะหยิบกินได้ตลอดทั้งวัน ทำให้กินข้าวลดลงมาก รองลงมาคือ มะม่วง เก็บง่าย กินง่ายเหมือนฝรั่ง แต่ถ้าหากว่ามิใช่ฤดูกาลของมัน มะม่วงจะมีราคาแพง ทั้งฝรั่งและมะม่วงมีแคลอรีต่ำ
จากเรื่องของอาหาร มาถึงเรื่องของการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการป้องกันโรคหัวใจที่ดีที่สุด มีคนไข้เป็นจำนวนมากบอกว่าทำงานหนักตลอดวัน ไม่มีเวลาออกกำลังกาย และเชื่อว่าการที่เขากวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ตลอดทั้งวัน ก็เป็นการออกกำลังกายแล้ว
แต่จริงๆ แล้ว การออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหัวใจ ควรเป็นการเต้นแอโรบิก การวิ่ง การเดินเร็วๆ ขี่จักรยาน และกีฬากลางแจ้งทุกชนิด ที่ช่วยให้ได้เหงื่อ และหัวใจเต้นเร็วขึ้น
ความเครียด เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของโรคหัวใจ วิธีคลายความเครียดมีหลายอย่าง นับตั้งแต่ กินยาคลายเครียด ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ร้องเพลง ตลอดจนถึงการฟังเทศน์ธรรมะ การทำสมาธิ เป็นต้น
การป้องกันโรคหัวใจถ้าหากทำหมดทุกวิธีแล้ว คือลดความอ้วน ลดความเครียด ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายก็ยังไม่ได้ผลก็คงต้องใช้วิธีกินยาตามแพทย์สั่ง
เมื่อเป็นโรคหัวใจ แพทย์จะตรวจร่างกาย เจาะเลือดหาระดับของไขมันในเลือด เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นหัวใจ (EKG) ถ้าคลื่นไฟฟ้าผิดปกติ ก็จะให้วิ่งบนสายพาน STRESS TEST จนถึงขั้นสุดท้าย ฉีดสี เข้าเส้นเลือดหัวใจ ถ้าหากแพทย์พบสิ่งผิดปกติและเป็นโรคแน่นอนก็จะให้กินยา คือ ถ้าหากความดันโลหิตสูง ก็จะกินยาลดความดันโลหิต ถ้ามีโรคเส้นเลือดหัวใจตีบก็จะกินยาขยายหลอดเลือดชื่อว่า ISMO ถ้าไขมันในเลือดสูง ก็จะกินยาลดไขมันในเลือด เช่น LOPID หรือ LIPTOR ซึ่งจะมีราคาค่อนข้างแพงมาก ถ้าหากเป็นโรคเบาหวานด้วยก็ต้องกินยารักษาโรคเบาหวาน
อย่างไรก็ตาม ยารักษาโรคหัวใจนั้นแม้ว่าจะวิเศษอย่างไรก็สู้การป้องกันไม่ได้ มาออกกำลังกายกันดีกว่า จะช่วยป้องกันโรคหัวใจได้แน่นอน
อ้วน.com ขอขอบคุณ - สยามรัฐ
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/