หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พืชลดไขมัน  (อ่าน 988 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กัส
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 19 เมษายน 2010 »

อยากทราบว่า  มะรุม เป็นพืชลดไขมันได้ยังไงคะ  เป็นคนต่างจังหวัดค่ะ  ทานมาตั้งแต่เด็ก  รู้แต่ว่าเป็นผก  แต่ไม่รู้สรรพคุณมันเลย  มีใครศึกษาเกี่ยวกับมะรุมตัวนี้บ้างคะ  อยากทราบไว้ประดับความรู้น่ะค่ะ  รบกวนผู้ที่ศึกษาทางด้านนี้ตอบด้วยค่ะ

บันทึกการเข้า
ทัพพ์
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 เมษายน 2010 »

มะรุม
มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์  กล่าวว่า มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด  มีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า วิตามินเอ บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 4 เท่า วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด 0.5 เท่าของส้ม แคลเซียมบำรุงกระดูกเกิน 17 เท่าของนมสด โพแทสเซียมบำรุง สมองและระบบประสาท 15 เท่าของกล้วย ธาตุเหล็กบำรุงเลือด 25 เท่าของผักโขม โปรตีน 9 เท่าของโยเกิร์ต

ใยอาหารและพลังงานไม่สูง มากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุมมีองค์ ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

จากอาหารมาเป็น ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นผลิตชาใบมะรุมออกจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้ แก้ไขปัญหาโรคปากนกกระจอก
หอบหืด อาการปวดหูและปวดศรีษะ ช่วยบำรุงสายตา ระบบทางเดิน อาหาร และช่วยระบายกาก

ประเทศ อินเดีย หญิงตั้งครรภ์จะกินใบมะรุมเพื่อเสริมธาตุเหล็ก แต่ที่ประเทศที่ฟิลิปปินส์และบอสวานา
หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืด ใบมะรุม (ภาษาฟิลิปปินส์ เรียก มาลังเก) เพื่อประสะน้ำนม
และเพิ่ม แคลเซียมให้กับน้ำนมแม่เหมือนกับคนไทย

ชะลอความแก่ กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ เนื่องจากยังไม่พบรายงานการวิจัยเกี่ยวกับ
มะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน
(rutin และ quercetin) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lutein และ
caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่างๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และ
หลอด เลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพในเซลล์ร่างกาย

ฆ่า จุลินทรีย์ สานเบนซิลไทโอไซยาเนตโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ. 2507
จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู _

ปัจจุบันหลังจากค้น พบแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร Helicobactor pylori กำลังมี
การ ศึกษาสารจากมะรุมในการต้านเชื้อดังกล่าว

การป้องกันมะเร็ง สารเบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซด์ชนิดหนึ่งและสารไนอาซิไมซิน
(niazimicin) จากมะรุมสามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์ในเซลล์
มะเร็ง เม็ดเลือดขาวได้ การทดลองในหนูพบว่าหนูที่ได้รับฝักมะรุมเป็นอาการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
จาก การกระตุ้นน้อยกว่ากลุ่มทดลอง โดยกลุ่มที่กินมะรุมเนื้องอกบนผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุม

ฤทธิ์ลด ไขมันและคอเลสเทอรอล จากการทดลอง 120 วัน ให้กระต่ายกินฝักมะรุม วันละ 200
กรัม ต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันเทียบกับยาโลวาสแตทิน 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันและให้
อาหารไขมันมาก พบว่าทั้งกลุ่มที่กินมะรุมและยามีคอเลสเทอรอลฟอสโฟไลพิด ไตรกลีเซอไรด์ VLDL
LDL ปริมาณคอเลสเทอรอลต่อฟอสโฟไลพิด และ atherogenic index ต่ำลงทั้ง 2 กลุ่มมีการ
สะสมไขมันในตับ หัวใจ และท่อเลือดแดง (เอออร์ตา) กลุ่มควบคุมปัจจัยด้านการสะสมไขมันใน
อวัยวะเหล่านี้ไม่มีค่าลดลงแต่ อย่างใด กลุ่มที่กินมะรุมพบการขับคอเลสเทอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น ผู้
วิจัย จึงสรุปว่าการกินมะรุมมีผลลดไขมันในร่างกาย

ที่ประเทศอินเดียมีการ ใช้ใบมะรุมลดไขมันในคนที่มีโรคอ้วนมาแต่เดิม การศึกษาการกินสารสกัดใบ
มะรุม ในหนูที่กินอาหารไขมันสูงมีปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับกลุ่มควบ
คุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองมีปริมาณไขมันในตับและไตลดลง สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมัน
ทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผล ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง

ฤทธิ์ป้องกันตับ งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุมกรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความ
เสีย หายโดยยาไรแฟมไพซิน พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤทธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์แอสาเท
ตอะมิโนทรานสเฟอเรสอะลานีนทรานมิโนทราน สเฟอเรส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทสและบิลิรูบินในเลือด
และมีผลกับปริมาณไลพิดและ ไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อตับ
สารสกัดใบ มะรุมและซิลิมาริน (silymarin กลุ่มควบคุมบวก) มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลาย
ของตัวจากยาเหล่านี้

[ที่ มา..นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550]

ประโยชน์ ของมะรุม
1.ใช้บำบัดโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ ลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี
2.ช่วยผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ สามารถลดการใช้ยาลง
3.ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร การบริหารร่างกายง่ายๆ ด้วย
4.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์และโอกาสที่จะติดเชื้อHIV ย่อมลดน้อยลงด้วย นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไป สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
5.ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุม ได้ การบำบัดโรคเอดส์ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกา และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005 จากการค้นคว้าและทดลองของวัดแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศแทนซาเนีย โดยนายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมันชื่อไมค์กี้ เอตลิ่ง
6.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง และถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์ แผนปัจจุบัน หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุม จะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง 7.ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของโรคเก๊าท์ โรคไขข้อและกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8.ช่วยบำบัดโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น ถ้ารับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9.ช่วยบำบัดโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง โรคพยาธิในลำไส้
10.ช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง และช่วยรักษาโรคปอดอักเสบ บำบัดโรคทางเดินหายใจ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบหืด และโรคภูมิแพ้
11.ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลเร็ว
12.ช่วยรักษาโรคคอหอย พอกชนิดมีพิษ มีผลในหญิงเต็ม 100% ชาย 75%

ประโยชน์ต่างๆของน้ำมันมะรุม
1. ใช้ปรุงอาหารเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนภายหลัง
2. ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งให้ชุ่มชื่น อ่อนนุ่ม และช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิว
3. ช่วยรักษาโรคเชื้อราตามผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราตามซอกเล็บ และผิวแห้งเพราะเชื้อรา
4. ช่วยรักษาแผลถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็กๆน้อยๆ
5. ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และอาการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กอ่อน
6. ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์
7. ช่วยรักษาแผลในปากหรือแผลของโรคปากนกกระจอก
8. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
9. ช่วยบรรเทาอาการเกิดสิวบนใบหน้า
10. ช่วยลบรอยจุดด่างดำของผิวอันเป็นแผลจากการโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย
11. ใช้นวดศรีษะ รักษาโรคเชื้อราบนหนังศรีษะ บรรเทาอาการผมร่วงง่ายและอาการคันศรีษะ
12. ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ผูเขียนประสบโดยตรงกับตัวเองคนในบ้าน 2 คนถูกผึ้งต่อย
หลังจากทาน้ำมัน มะรุม อาการหายไปทันที ส่วนอาการบวมก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
13. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบั้นเอวและขา เนื่องจากการยืนนานๆ อาการปวดตามไหล่ และปวดศรีษะ
14. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่างๆประจำบ้าน ทำให้สิ่งของไม่เป็นสนิม

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือ : นาฬิกาชีวิตตอน ๒... มะรุมต้นไม้เพื่อชีวิต รวบรวมโดย คุณวิไลวรรณ อนุสารสุนทร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: