หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ค่ายลดน้ำหนัก  (อ่าน 1008 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ภูชาง
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 19 เมษายน 2010 »

เคยได้ยินเหมือนกันเกี่ยวกับค่ายลดน้ำหนัก  อยากไปมากค่ะ  จะได้ผอมกะเค้าซักทีนึง  แต่ไม่รู้ต้องไปสมัครที่ไหนเลยค่ะ  แล้วน้ำหนักตัวต้องมีเกณฑ์ไหมคะว่าเท่าไร  (เรา 68  กิโลค่ะ  สูง 160 เอง ) มีใครรู้บ้างคะ  ช่วยบอกเราด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เต๋า
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 เมษายน 2010 »

สธ.เผยความคืบหน้าค่ายลดน้ำหนักตาม สูตร 3 อ. พบมีคนอ้วนลงพุงแห่สมัครพิชิตพุง 800 กว่าคน คัดเลือกเหลือ 68 คน นำน้ำหนักตัวรวมกันมากถึง 6 ตัน รอบเอวยาว 700 เมตร เผยเกินครึ่งเคยใช้ยาและอาหารเสริมลดน้ำหนัก แต่ไม่สำเร็จ แถมน้ำหนักตัวพุ่งกระฉูดกว่าเดิม

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่กรมอนามัย ประกาศรับสมัครคนอ้วนลงพุง เข้าร่วมโครงการคนไทยไร้พุงผ่านสื่อ อสมท พร้อมกับจัดกิจกรรมเข้าค่ายลดน้ำหนัก เพื่อให้เป็นบุคคลต้นแบบการลดน้ำหนักโดยใช้หลัก 3 อ.พบว่า มีคนอ้วนลงพุงสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 800 คน จึงได้ทำการคัดเลือกให้เหลือเพียง 68 คน ไปเข้าค่ายที่ จ.จันทบุรี 3 วัน 2 คืน

ที่น่าตกใจ เมื่อให้ 68 คนชั่งน้ำหนักแล้วเอาน้ำหนักมารวมกันสูงถึง 6,100 กก.หรือประมาณ 6 ตัน ส่วนรอบเอวรวมกันยาว 6,942 ซม. หรือประมาณ 700 เมตร มวลไขมันในร่างกายของทุกคนรวมกัน 2,772 กิโลกรัม

ทั้งนี้ จากการสอบซักถามทั้ง 68 คน พบว่า ร้อยละ 55 อ้วนตอนทำงาน ในช่วงวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวหุ่นดีร้อยละ 71 คนอ้วนกลุ่มนี้เคยพยายามลดน้ำหนักมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ โดยร้อยละ 61 เคยใช้ยา และอาหารเสริมลดน้ำหนัก จนเกิดโยโย่แอฟเฟ็ค หรือลดได้ชั่วคราวแล้วกลับมาอ้วนใหม่ จากนั้นลดน้ำหนักไม่ลง แถมอ้วนมากกว่าเดิมด้วย จึงต้องเร่งส่งเสริมวิธีการลดน้ำหนักที่ ถูกวิธีและปลอดภัย

นายสง่า ดามาพงศ์ นักวิชาการสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สธ.มุ่งเน้นให้สังคมไทยเห็นภัยร้ายของโรคอ้วนลงพุง แล้วหันมาใส่ใจควบคุมป้องกัน ลดพุงโดยใช้ 3 อ.คือ อ. อาหาร โดยลดหวาน มัน เค็ม กินผักผลไม้ให้มาก อ.ออกกำลังกาย เผาผลาญเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกไป และ อ.อารมณ์ ต้องทำการปรุงแต่งจิต เพื่อเกิดสติมุ่งมั่นในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

ส่วนการลดน้ำหนักโดยการกินยาและ อาหารเสริม หรือการอดอาหาร หรือแม้กระทั่งหันไปกินสูตรหรือเมนูอาหารประหลาดๆ นั้น ส่วนมากน้ำหนักจะลดได้ในช่วงกินยาอาหารเสริม หากหยุดกินจะกลับมาอ้วนมากกว่าเดิม เหตุผลเนื่องจากน้ำหนักที่หายไปในช่วงกินยา หรือกินอาหารเสริม เป็นมวลไขมันส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่ง คือ มวลกล้ามเนื้อ โดยการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้น มวลกล้ามเนื้อต้องไม่หาย แต่เมื่อเลิกอดอาหาร เลิกกินยา สักพักจะกลับมาอ้วนแบบฉุๆ น้ำหนักที่เพิ่มมาใหม่คือ ไขมันล้วนๆ ไม่มีมวลกล้ามเนื้อ จึงเรียกว่าโยโย่แอฟเฟ็ค

นายสง่า บอกว่า การลดน้ำหนักแบบ 3 อ.นอกจากทำให้เกิดการประหยัด เพราะไม่ต้องซื้อยาหรือเข้าสถาบันลดน้ำหนักที่ราคาแพงระยับแล้ว ยังทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างถาวรยั่งยืน แถมยังเกิดพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายที่ดี ติดตัวไปตลอดชีวิต นำไปสู่การมีสุขภาพดี แม้จะใช้ระยะเวลานานกว่าการกินยาก็ตาม โดยการลดน้ำหนักแบบ 3 อ.จะเป็นการลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวลดจำนวนและขนาดของมวลไขมันลง สัปดาห์ละไม่เกินครึ่ง กก.หรือเดือนละ 2 กก.หากทำได้เดือนละครึ่งถึง 1 กก.ก็นับว่าเก่ง โดยต้องลดอย่างต่อเนื่องไม่ให้หยุดทำ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี รูปร่างก็จะเริ่มกระชับหรือเฟิร์มขึ้น

ทั้งนี้ กรมอนามัยจะเดินหน้าโครงการคนไทยไร้พุงอย่างเข้มข้น โดยจะนำเอาผู้ที่ผ่านการเข้าค่ายและประสบผลสำเร็จในการลดน้ำหนักที่บ้านได้มากที่สุด ประกาศให้เป็นเดอะวินเนอร์ เป็นต้นแบบที่ดีให้สังคมไทย และเป็นพรีเซนเตอร์ เล่าขานประสบการณ์ให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ ของ อสมท ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: