หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ผอมไวกว่าใจคิด  (อ่าน 377 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2009 »

'อ้วน' คำสั้นๆ แต่มีฤทธิ์ร้ายเกินบรรยาย กลายเป็นภัยคุกคามบทใหม่ ชนิดที่เหล่านักวิทยาศาสตร์และรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้วต้องกุมขมับกันไม่เลิก และดูเหมือนภัยร้ายที่ว่าได้แทรกซึมเข้ามาในสังคมคนบ้างานบ้านเราแล้ว
          ทำไมถึงปล่อยตัวกันได้ขนาดนี้..? "ก็ไม่มีเวลาน่ะสิ..ถามได้" คำตอบเหมือนถูกโปรแกรมจากปากใครหลายคน ที่เชื่อว่าทุกนาทีมีค่าเกินกว่าจะต้องเสียไปให้กับการวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้า หรือขลุกตัวอยู่ในสถานที่ออกกำลังกาย (ฟิตเนส) นานนับชั่วโมงเพื่อแลกกับทรวดทรงที่สมส่วนอรชร
          จึงไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะนิยมทางลัด ด้วยการสรรหาสูตรยาลดความอ้วนมารับประทาน แต่ผลที่ได้กลับเป็นตรงข้าม เช่นเดียวกับ 'นีน่า' หรือ 'ณัฐนันท์ สหวัฒน์' คุณแม่ลูกสี่วัย 30 ต้นๆ ที่บอกว่าผ่านมาเกือบหมดแล้วกับหลากวิธีลดความอ้วน
          "เป็นคนรักการออกกำลังกายนะ เคยไปสมัครฟิตเนสเหมือนกัน ช่วงสองเดือนแรกไปบ่อยมาก แต่พอไปปุ๊บเวลาหายไปหมด และน่ามีลูกที่ต้องดูแลด้วย ก็เลยไม่ได้ไปอีก หรือแม้แต่สถานที่ลดน้ำหนักราคาแพงที่บอกว่าได้ผล ก็ไปมาแล้ว แต่ใช้เวลานานมากเหมือนกัน ทำไปทำมาก็อยู่ไม่จบคอร์ส เลยลองกินยาลดความอ้วนดู แต่กินแล้วหวิวมาก ไม่เอาดีกว่า หลังจากนั้นก็เอาง่ายๆ พาลูกไปวิ่งสวนรถไฟ ออกกำลังกายตอนเช้านิดหน่อย" นีน่าย้อนประสบการณ์พิชิตอ้วนให้ฟัง
          แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อเธอไปพานพบเข้ากับอุปกรณ์ออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ที่ดึงเทคโนโลยีหลากชนิดมาช่วยร่นระยะเวลาการออกกำลังกายให้สั้นขึ้น จากนานนับชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่สิบนาที
          "จริงๆ น่าเปิดคลินิกทางเลือกอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ต้องเดินทางไปยุโรปบ่อย เพราะต้องส่งคนไข้ไปรักษาโน่น จากการเดินทางบ่อยครั้งทำให้รู้จักผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่าง เริ่มจากหนึ่งอย่าง อีกครั้งไปเจออีกอย่าง พอรู้จักหลายอย่างมากพอ ก็เกิดไอเดียว่าน่าจะนำสินค้าเหล่านี้มาเปิดให้บริการที่เมืองไทยด้วยดีกว่า เพราะเห็นแล้วปิ๊ง เหมาะกับเราเองที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย และน่าจะมีประโยชน์กับอีกหลายๆ คน โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ ที่เริ่มใส่ใจด้านสุขภาพกัน แต่ไม่มีเวลา"
          นีน่าจึงตัดสินใจควักเงินทุนก้อนโตมูลค่าราว 35 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่เกือบ 300 ตารางเมตร บนชั้น 4 เอราวัณ แบงค็อก ให้กลายเป็นศูนย์เสริมสร้างสุขภาพเดอะบอดี้ หรือ The Bodhi ที่เจ้าตัวบอกว่าหมายถึง ต้นโพธิ์ ซึ่งสื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข ความยืนยาว แข็งแรง รวมหมดทั้งกายและใจ โดยเธอรับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอด้วยตัวเอง
          'ณัฏฐสิต วิทยาวัชรินทร์ 'หัวหน้าฝ่ายกายภาพบำบัดของศูนย์ฯ บอกเล่าคอนเซปต์ของเดอะบอดี้ให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้จะเน้น 'สุขภาพและไลฟ์สไตล์' ของคนที่มีวิถีชีวิตอยู่ในสังคมเมือง และไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพเท่าที่ควร เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เข้ามาใช้บริการ ก็จะเทียบได้กับการใช้เวลาออกกำลังกายที่ฟิตเนสวันละ 1-2 ชั่วโมง
          "ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ก็จะเห็นผล ใช้เวลาเพียงอาทิตย์ละ 2-3 วันก็พอแล้ว โดยแต่ละคนจะได้รูปร่างที่สมส่วนในแบบฉบับของตัวเองกลับไปแน่นอน หลังจากนั้นเราก็จะแนะนำให้มารักษาสภาพราว 10 นาทีต่อครั้ง และให้คำปรึกษาด้านอาหารการกินด้วยนิดหน่อย" เขายืนยันว่ากระบวนการนี้จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะเป็นการฝึกร่างกายให้มีการใช้พลังงานในตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ
          แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนเข้ารับบริการ..? นีน่ายิ้มกว้างก่อนให้คำตอบว่า
          "เมื่อมาใช้บริการครั้งแรก ลูกค้าจะต้องกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ และพูดคุยกับที่ปรึกษาของศูนย์ก่อน จากนั้นจะเสียเวลาอีก 2 นาที ขึ้นไปยืนนิ่งๆ บนเครื่องตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย วัดปริมาณน้ำ โปรตีน ไขมัน ธาตุอาหาร ความแข็งของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้ได้ผลสรุปออกมาว่า เป้าหมายที่จะต้องเดินไปให้ถึงคืออะไร ต้องลดหรือเพิ่มส่วนไหนบ้าง"
          เมื่อรู้จุดอ่อนจุดแข็งในตัวแล้ว ก็จะเข้าสู่คอร์สการบริหารร่วมกับอุปกรณ์ภายในศูนย์ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ส่วนลดเซลลูไลท์ หรือส่วนที่ลดยาก เช่น สะโพก ต้นขา หน้าท้อง และท้ายสุดคือส่วนบริการการผ่อนคลายในระดับลึก
          จุดเด่นของการบริหารในส่วนแรก คือการนำระบบการสั่นสะเทือนในแนวดิ่ง เข้ามากระตุ้นกล้ามเนื้อให้เกิดการหดและคลายตัวอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง 'เครื่องพาวเวอร์เพลท' ที่สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อทั้งตัวได้ถึง 50 ครั้งต่อวินาที โดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
          เพียงโพสท่าตามแบบที่ให้มา ซึ่งแต่ละท่าจะระบุไว้เลยว่าเหมาะกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนไหนบ้าง จากนั้นระบบก็จะสั่นสะเทือน โดยที่เราต้องยืนเกร็งท่านั้นๆ ต่อเนื่องราว 10 นาทีต่อครั้ง
          ขณะที่อุปกรณ์สำหรับส่วนที่ลดยาก จะมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ได้แก่  แวคิวนาวท์, ไฮพ็อกซี่ เทรนเนอร์ แอล 250, และแวคคิวแมสเสท 400 ทั้งหมดเน้นใช้เทคโนโลยีสุญญากาศเป็นผู้ช่วยสำคัญ
          ณัฏฐสิต อธิบายว่าการที่เลือกใช้ระบบสุญญากาศก็เพราะ ระบบนี้จะดูดเส้นเลือดให้วิ่งไปที่ชั้นไขมัน ในบริเวณที่ต้องการจะเอาไขมันออก เช่น พุง และก้น โดยกรดไขมันจะวิ่งเข้าสู่เส้นเลือด และเข้าสู่ระบบไหลเวียนของกระแสเลือด เมื่อมาถึงกล้ามเนื้อที่กำลังถูกฝึก (เทรน) ไขมันก็จะถูกเผาผลาญทิ้งไป
          ความน่าสนใจของเครื่องแวคิวนาวท์ อยู่ตรงประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ชั่วโมง หลังจากหยุดเล่นอุปกรณ์แล้ว เพียงแค่เดินออกกำลังกายบนตัวเครื่อง 30 นาที ก็เทียบเท่ากับการออกกำลังกายในฟิตเนสทั่วไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยแคลอรีจะถูกเผาผลาญที่ระดับ 149 แคลอรีเท่ากัน เพียงแต่ในรายของผู้ใช้เครื่องแวคิวนาวท์ จะสามารถลดได้อีก 1,000 แคลอรี เพราะการเผาผลาญยังต่อเนื่องไปอีก 6 ชั่วโมง
          "สังเกตง่ายๆ เลยว่าผิวหนังจะอุ่นตลอดเวลา นั่นก็เพราะการเบิร์นยังต่อเนื่อง ระบบหมุนเวียนยังต่อเนื่อง และเส้นเลือดดำยังเปิดตลอดเวลา นั่นหมายถึงมีการใช้ไขมันส่วนล่างของร่างกายออกไปด้วย"
          ขณะที่เครื่องแวคคิวแมสเสท 400 จะเน้นนวดเป็นจังหวะเบาๆ บริเวณโดยรอบของหน้าท้อง สะโพก ก้น และต้นขา นานถึง 100 ครั้ง มากกว่าการนวดโดยใช้คนนวดทั่วไป เพียงนอนเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงกาย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระบบนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และขับถ่ายของเสียจากชั้นผิวหนัง
          ส่วนเครื่องไฮพ็อกซี่ เทรนเนอร์ แอล 250 เป็นการนำเทคโนโลยีแรงดูดอากาศภายในห้องปรับความดันร่วมกับการนอนปั่นจักรยาน เน้นช่วงเอวลงมา จนถึงสะโพก ก้น และต้นขา เพื่อให้กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ใช้เวลา 30 นาที
          อย่างไรทั้งสามรูปแบบไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดอุดตัน และผู้ที่ตั้งท้องอ่อนๆ แต่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้เพราะเจ้าหน้าที่ศูนย์จะสอบถามปัญหาสุขภาพของลูกค้าก่อนใช้บริการอยู่แล้ว
          มาที่บริการเอาใจคนชอบเครียดกันบ้าง เป็นบริการช่วยการผ่อนคลายในระดับลึกโดยกำจัดสิ่งเร้าภายนอกทั้งหมด  ด้วยการให้นอนลอยตัวอยู่ในน้ำเกลือ (แมกนีเซียมซัลเฟต) ภายในตัวหอยขนาดใหญ่ ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะไร้น้ำหนัก จนเข้าสู่สภาวะการผ่อนคลายอย่างแท้จริง
          นีน่าบอกว่าความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้จินตนาการได้เหมือนอยู่ในท้องแม่ก็ไม่ปาน คนที่เครียดมีปัญหาทางใจ ลองมาลอยสักชั่วโมง ก็จะพกความสบายใจติดกลับบ้านอย่างแน่นอน ซีอีโอคนเก่งยังให้ทัศนคติเกี่ยวกับสาวไทยนิยมผอมด้วยว่า
          "นิตยสารที่อเมริกาจะไม่มีคนผอมขึ้นปกเลยนะ ต้องเป็นคนที่มีน้ำมีเนื้อนิดหนึ่ง บ้านเราก็น่าจะหานางแบบกลุ่มที่ดูสุขภาพดีมากขึ้นปกจะดีกว่า เพราะคนอ่านก็จะตามกระแสนั้นไป อย่างศูนย์บริการของเราก็ไม่ได้เน้นผอมนะ แต่เน้นทำให้คนมีรูปร่างแข็งแรง เฟิร์มขึ้น เน้นสุขภาพมากกว่า"


อ้วน.com ขอขอบคุณ - กรุงเทพธุรกิจ

http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: