หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวังอยากสวยจนตัวสั่น เหยื่อโอชะสารพัดยา  (อ่าน 459 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2009 »

 "ยายช้างน้ำ-ตุ่มสามโคก"ไม่มีสาวน้อยสาวใหญ่คนไหนอยากถูกเรียกเช่นนี้ดังนั้นไม่ว่าจะต้องจ่ายแพงขนาดไหน คุณเธอทั้งหลายก็ยอมกลั้นใจควักกระเป๋าซื้อสารพัดผลิตภัณฑ์ที่ คิดว่าจะใช้ ลดความอ้วน ได้ผล
          ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการผลิตหรือสั่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าลดความอ้วนในรูปแบบต่าง ๆ มาจำหน่ายกันเกลื่อน และก็ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเสียด้วย เรียกได้ว่ายอดขายกระฉูดสวนกระแส ไอเอ็มเอฟ เพราะความอยากสวยนี่แหละ
          ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าลดความอ้วนได้มีการปรับปรุงรูปแบบให้ผิดแผกแตกต่างจากเดิมมากมาย เพื่อให้สะดวกต่อการใช้ และหลีกเลี่ยงรูปแบบเดิมที่อยู่ในรูปของ ยา ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเครื่องดื่ม รวมไปถึงของกินของใช้ในหลากหลายลักษณะ
          แต่ที่กำลังนิยมกันอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นคือทำเป็นในรูป ลูกอม ขนาดเล็กเท่าเม็ดลูกปัด ผลิตและสั่งตรงจากจีน ทำรูปร่างสีสันเป็นผลไม้ชนิดต่าง ๆ โดยบรรยายสรรพคุณไว้ว่าถ้าอมลูกอมลดความอ้วนนี้แล้วจะไม่หิว
          สนนราคาจะอยู่ที่ 20 เม็ด 50 บาท หาซื้อได้ตามร้านขายยาบางแห่ง รวมไปถึงร้านขายเครื่องสำอางค์แถบดอนเมือง
          เจ้าของร้านที่ขายลูกอมลดความอ้วนสูตรมหัศจรรย์นี้กล่าวว่า**  ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนเปลี่ยนแปรสภาพไปเรื่อยๆ  ตั้งแต่ในรูปของอาหารเสริม จนมาถึงรูปแบบของลูกอม ซึ่งเท่าที่ดูแล้วผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนพวกนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่เปลี่ยนรูปแบบของสินค้าไปเรื่อย ๆ เช่นก่อนหน้านี้ก็เป็นกำไลข้อมือสีเงิน โดยอ้างว่าใส่แล้วจะช่วยทำให้กินน้อยลง ไม่หิว ไม่อยากอาหาร ราคาเรือนพัน และบางคนซื้อใส่ข้อมือเป็นตับ
          สินค้าที่ขายส่วนใหญ่จะนำมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐจะมีผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนจำพวกนี้นับรัอยชนิด
          นอกจากลูกอมที่ว่า ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่มีการโฆษณาเข็นออกขายก็ยังมีอาทิ แผ่นนวดเท้า ที่โฆษณาว่าเป็นการเลียนแบบวิธีธรรมชาติที่ชาวจีนค้นพบมากว่า 5 พันปี  โดยถ้าใครซื้อแผ่นนวดเท้าที่ว่าไปวางในพื้นรองเท้าก็จะช่วยนวดจุดที่เชื่อมจากบริเวณฝ่าเท้าต่อไปถึงชีพจร ซึ่งมีผลต่อการทำงานของไต กระเพาะปัสสาวะ และท้อง ทำให้ระบบการย่อยและเผาผลาญอาหารในร่างกายมีมากขึ้น น้ำหนักจะลดลงจากการเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปโดยการเดิน
          ราคาค่าความสวยของแผ่นลดความอ้วนนี้ก็ 2,000 บาทกว่าๆ
          ไม่เพียงแต่เท่านั้นยังมี ยาดมลดความอ้วน ออกมาเร่ขายอีก โดยอ้างถึงผลการวิจัยว่ากลิ่นมีผลต่อประสาทสัมผัสของคน และสามารถใช้กลิ่นควบคุมความอยากอาหารได้ โดยเพียงแต่สูดดม 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้ไม่อยาก ไม่หิว
          ยาดมที่ว่านี้ถ้าใครต้องการใช้ก็ต้องควักกระเป๋าเฉียดพันบาท
          แต่ปัญหาที่มักพบสำหรับผลิตภัณฑ์ลดพุงก็คือ ใช้แล้วไม่ได้ผล  และทำให้คนซื้อกลายเป็น หมูตุ๋น ให้กับพ่อค้าหัวใส แต่นั่นยังไม่มีปัญหาเท่าใดเพราะแค่เสียเงินเท่านั้น  สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าคือเรื่อง ความปลอดภัย ที่บางครั้งอาจเกิดการแพ้ หรือเป็นอันตราย
          นายแพทย์สมหวัง วังตาล หัวหน้าฝ่ายการแพทย์ประจำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความอ้วน โรงพยาบาลยันฮี ให้ทัศนะเรื่องความปลอดภัยในการลดความอ้วนว่า**  ความจริงแม้แต่การใช้ยาที่มีการทดลองว่าใช้ได้ผลมานานนับสิบปีโดยคำสั่งแพทย์เองก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงต่างๆอยู่ เพียงแต่แพทย์จะคอยควบคุมไม่ให้มีอันตรายเท่านั้น
          ปัจจุบันวงการแพทย์ยังได้มีการนำ สมุนไพร มาใช้ในการลดความอ้วนด้วย ซึ่งยาสมุนไพรจะมีข้อดีคือไม่ค่อยก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ  แพทย์จะดูประวัติของคนไข้แต่ละคนและจะเลือกชนิดของยาที่เหมาะสมให้ อาจจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้ควบคู่กันไป
          ทั้งนี้ แพทย์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ส่วนประสิทธิภาพในการลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องรองลงมา
          ในส่วนของผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนแปลกๆใหม่ๆที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น นายแพทย์สมหวังยืนยันว่า**  ไม่มีแพทย์คนใดแนะนำให้คนไข้ใช้เด็ดขาดเพราะไม่ชัวร์ในทุกๆด้าน และแม้ว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในสหรัฐก็มีแพร่หลายเป็นร้อยๆชนิด บางอย่างก็มีข่าวว่าใช้ได้ผล
          แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีเข้ามาในเมืองไทยนั้นน่าเป็นห่วงไม่น้อยในแง่ของความเสี่ยง โดยเฉพาะพวกที่ต้องสูดต้องกินเข้าไปในร่างกาย อย่างเช่นยาดมหรือยาอม เพราะยาพวกนี้ไม่มีฉลาก ไม่มีการบอกรายละเอียดของตัวยาที่ใช้
          จุดนี้เห็นได้ชัดจากกรณี ลูกอมลดความอ้วน ที่มีแค่ถุงพลาสติกใสๆใส่เอาไว้ ไม่มียี่ห้อไม่มีฉลากใด ๆ ทั้งสิ้น
          พูดง่าย ๆ ก็คือหากมีตัวยาที่ร่างกายเราแพ้แล้วซื้อมากินหรือสูดดมเข้าไปในร่างกายก็มีสิทธิ์ เดี้ยง ได้ แถมไม่รู้จะไปร้องแรกแหกกระเชอให้ใครมารับผิดชอบ หากใครคิดจะลดความอ้วนด้วยวิธีลัดจริงๆ  ยอมเสียเวลายอมยุ่งยากสักนิด รับรองว่าการไปปรึกษาแพทย์ถูกและคุ้มกว่าเยอะ ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ได้อย่างเคร่งครัด ใน 1 สัปดาห์จะลดได้ประมาณ 1 กิโลกรัม เสียค่ายาแค่ไม่เกิน 200 บาท
          อย่างไรก็ตาม เรื่องการลดความอ้วนนี้ทางที่ดีที่สุดเห็นจะไม่ใช่การใช้ยา เพราะที่จริงยาลดความอ้วนนั้นเป็นเพียงแค่ เครื่องทุ่นแรง เท่านั้น สิ่งที่จะทำให้เกิดผลได้จริงจังก็คือตัวเราเอง หากคิดจะลดก็ต้องตั้งใจจริง ควบคุมและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน แต่ของมัน ๆหวาน ๆ ไม่จำเป็นก็อย่าไปแตะ ที่สำคัญคือต้องหมั่นเล่นกีฬาออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
          หากทำได้ตามที่ว่ามานี้นอกจากหุ่นทรงจะปิ๊งปั๊งแล้ว ยังไม่ต้องผจญกับโรคร้ายที่มากับความอ้วน อาทิ ข้อเสื่อม, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และอีกสารพัดโรค
          รู้อย่างนี้แล้วสาวทั้งหลายยังจะยอมให้ถูกหยามน้ำหน้าว่าเป็น น้องตุ่ม-หมูเสมอ อยู่อีกหรือ???

อ้วน.com ขอขอบคุณ - เดลินิวส์

http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: