หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ดูดไขมันแบบใหม่ เป็นยังไง  (อ่าน 554 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มีนบุรี
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 02 มีนาคม 2010 »

เมื่อวานนี้ เราไปเดินช้อปกับเพื่อนมา เดินผ่านหน้าร้านเสริมความงาม แล้วเห็นข้อความ "เชิญดูดไขมันแบบใหม่ได้ในราคาพิเศษ ........" งง? ว่า การดูดไขมันมีหลายแบบเหรอ  แล้วแบบเก่า out แล้วเหรอ  แบบใหม่เป็นยังไง แพงไหม (ไม่กล้าเข้าไปถามในร้าน กลัวเค้าชวนคุย  ชวนเสียตังค์ค่ะ) มีใครทราบไหมคะ
บันทึกการเข้า
ด่านซ้าย
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 02 มีนาคม 2010 »

ดูดไขมัน' ลด 'อ้วน' ได้จริงหรือ???

   ภาวะโรคอ้วนเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงหลาย ชนิด เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดันสูง และการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น
 
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์ว่าภาวะโรคอ้วนผิดปกติเป็นโรคอย่าง หนึ่ง ไม่ใช่เป็นเพียงความแตกต่างทางลักษณะและขนาดของร่างกายที่ใหญ่และหนักกว่า ปกติเท่านั้
 
ในอดีตโรคอ้วนมักพบเฉพาะในหมู่ประชากรของประเทศอุตสาหกรรมทางซีกโลกตะวันตก แต่ปัจจุบันโรคอ้วนกำลังเริ่มเป็นปัญหาที่แพร่กระจายไปทั่วโลก พร้อม ๆ กับการแพร่กระจายของอุตสาหกรรมไปทั่วโลกเช่นกัน
 
นพ.กำธร ศิริพันธุ์ ผอ.ศูนย์ความงามและชะลอ วัย รพ.บางกอก 9 กล่าวว่า “โรคอ้วนสามารถแบ่งออกได้เป็นสามประเภท คือประเภทที่อ้วนจริง ดูได้จากค่าดัชนีมวลกาย (BMI : Body mass index) ด้วยการคำนวณจากน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยความสูงยกกำลังสอง (หน่วยเป็นเมตร) กับประเภทที่สองคืออ้วนในความรู้สึก พวกที่ชอบคิดว่าตัวเองอ้วนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ้วนแต่อย่างใด กับประเภทที่สามคือพวกที่อ้วนเฉพาะส่วน พวกนี้จะมีค่าดัชนีมวลกายไม่สูง แต่ดูร่างกายไม่สมดุล มีการสะสมตัวของไขมันตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่นหน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน”
 

การรักษาโรคอ้วน สำหรับพวกที่อ้วนจริง หรือ มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 40 วิธีการที่ง่ายสุดและประหยัดสุดก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน อาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง
 
หากไม่สามารถทำได้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยา หรือทำการผ่าตัด ส่องกล้อง ทำให้กระเพาะอาหารเล็กลง หรือทำการปรับเปลี่ยนทางเดินอาหาร เพื่อรักษาภาวะโรคอ้วน
 
สำหรับพวกที่คิดว่าตัวเองอ้วน หรือพวกที่อ้วนเฉพาะส่วน การลดความอ้วนมักทำเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรคอ้วน
 
การนวดแบบสปา หรือการใช้เครื่องมือเพื่อการกระชับสัดส่วน เช่น คาร์บอกซี่ เฮอร์มาร์ค คลื่นวิทยุ ฯลฯ เป็นวิธีการที่ปลอดภัย และราคาไม่แพงนัก แต่จะให้ผลในการกระชับสัดส่วนไม่มากนัก หากเทียบกับการดูดไขมัน
 
การดูดไขมันแบบดั้งเดิมเป็นการดูดเอาเซลล์ไขมันออกมาตามท่อ เป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง เพราะแรงดูดจะดูดทุกอย่าง ทั้งเซลล์ไขมัน เส้นเลือด เซลล์ประสาท และเนื้อเยื่อรอบ ๆ หากแพทย์ไม่ชำนาญอาจเกิดผลข้างเคียงได้
 
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงเทคนิคที่รุนแรงและอันตรายจากวิธีการดูดไขมันแบบดั้ง เดิม ล่าสุดได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการสลายไขมันแบบใหม่ เป็นการกำจัดไขมันด้วยเวเซอร์ VASER LipoSelection โดยการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าโซนิกในการสลายเยื่อไขมัน ร่วมกับการดูด ไขมันด้วยเครื่องมือที่ออกแบบพิเศษ ทำให้มีผลข้างเคียงต่ำ
 
การใช้คลื่นเสียงอัลตร้าโซนิกช่วยสลายไขมันก่อนการดูดไขมัน ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียง โดยเฉพาะเส้นเลือด เซลล์ประสาทบริเวณรอบ ๆ ก้อนไขมันถูกกระทบกระเทือนน้อย มีอาการบวมช้ำหลังการดูดไขมันน้อย และโอกาสเสี่ยงกับการติดเชื้อหรือแทรกซ้อนก็ลดน้อยลงไปด้วย
 
ข้อดีอีกประการของเทคโนโลยีใหม่ในการดูดไขมันนี้ ก็คือ ผู้ป่วยจะไม่เจ็บมาก ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ และสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
 
อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีดังกล่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาโรคอ้วน เป็นเพียงการแก้ไขเฉพาะไขมัน เพื่อปรับสัดส่วน ลดกระชับเฉพาะสัดส่วนเท่านั้น
 
และเนื่องจากเป็นการรักษาที่ไม่จำเป็น จึงต้องทำในคนที่มีสุขภาพดีเท่านั้น คนที่มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคเลือดไหลแล้วหยุด ยาก โรคหัวใจรุนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง และคนที่แพ้ยาที่เกี่ยวข้องไม่ควรทำ
 

“หากมีปัญหาโรคอ้วน หรือคิดว่าตัวเองอ้วน ให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรม ทั้งการบริโภค และการออกกำลังกาย แต่ถ้าควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือทำแล้วยังอ้วนอยู่ หรือมีโรคบางอย่าง ควรไปพบแพทย์ ที่สถานประกอบการที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อปรึกษาหาวิธีลดความอ้วนที่เหมาะสม” นพ.กำธร กล่าวสรุป.

ที่มา
ศศิมา  ดำรงสุกิจ
ทีมเดลินิวส์  38
article@dailynews.co.th


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: