ไปอ่านเจอมา ก็เลยเอามาให้อ่านเป็นความรู้กันค่ะ
คาร์บ๊อกซี่เธอราปี (Carboxytherapy) เทคนิคใหม่ในการสลายไขมันส่วนเกินเขียนโดย นพ โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและคอลัมนิสต์ของนิตยสารชั้นนำ

เทคโนโลยีสลายไขมันรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า คาร์บ๊อกซ์ซี่เธอราปี “ Carboxytherapy ” ซึ่งสามารถขจัดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะส่วนด้วยวิธีการที่ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก โดยใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น
คาร์บ๊อกซี่เธอราปี “ Carboxytherapy ” คือ การลดไขมันเฉพาะที่ด้วยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ละลายน้ำได้ดี สลายตัวได้เร็ว และพบว่าเมื่อฉีด คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จะช่วยเพิ่มการขยายตัวของเส้นเลือดและทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวและถูกกำจัดออก ไปนี้ นับเป็นเทคนิคใหม่ในการขจัดเซลลูไลท์หรือลดไขมันเฉพาะส่วนที่ไม่ต้องการ อย่างเช่น บริเวณหน้าท้อง ใต้ท้องแขน สะโพก น่อง หรือ บริเวณก้น...นอกจากนี้ บริเวณน่องที่โต หรือสะโพกที่ใหญ่เกินไป รวมถึงบริเวณแก้มที่ป่องเพราะไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังก็สามารถแก้ไขได้

ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่นำมาใช้เป็นจะเป็นก๊าชบริสุทธิ์ โดยในวงการแพทย์มีการนำมา ใช้อยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น การฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้องตรวจอวัยวะภายในเป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่าไม่ส่งผลอันตรายใดต่อร่างกาย เนื่องจากก๊าซออกซิเจนสามารถละลายน้ำได้ดีและสลายตัวได้รวดเร็ว

เมื่อฉีดก๊าซออกซิเจนเข้าไปในผิวหนัง อาจมีอาการปวดและรู้สึกตึง ๆ บริเวณผิวบ้าง หากแต่ประมาณร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคลำผิวจะได้ยินก๊าชใต้ผิวหนัง แต่จะหายไปเองภายในเวลา 1 ชั่วโมง และร้อยละ 30 เปอร์เซ็นต์ พบว่ามีรอยช้ำเกิดขึ้นและก็จะหายไปได้เอง
ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรฉีดในผู้ที่มีปัญหาทางจิต และผู้ที่มีโรคที่เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด หรือผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจเพราะหากก๊าชบางส่วนผ่านเข้าไปในระบบไหล เวียนเลือดอาจทำให้อาการดังกล่าวแย่ลง ก่อนปล่อยก๊าชเข้าไป แพทย์จึงต้องมั่นใจก่อนว่าก๊าชดังกล่าวจะไม่ผ่านเข้าไปเส้นเลือดโดยตรง
การนำ

ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มาใช้นั้น สามารถทำกันได้ด้วยวิธีการง่ายๆ โดยแพทย์จะทำความสะอาดผิวชั้นนอกด้วยแอลลกอฮอลล์ จากนั้นจะใช้เข็มฉีดยาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.3 มม. สอดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปในแต่ละส่วนตามปริมาณที่เหมาะสม โดยขณะที่ก๊าซผ่านเข้าไปสู่ชั้นผิวนั้น จะรู้สึกอุ่นบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย เมื่อคลำผิวบริเวณที่ฉีดจะได้ยินเสียงเหมือนมีแก๊ซอยู่ใต้ผิว (cracking) ควรนวดเบา ๆ หลังการฉีด เพื่อให้ก๊าชกระจายตัวสม่ำเสมอ และทำให้กระบวนการสลายตัวของเซลล์ไขมันดีขึ้น ระยะเวลาในการทำต่อครั้งใช้เวลาประมาณ 15 — 30 นาที เท่านั้น

จากการใช้ปลายเข็มที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้แพทย์สามารถสอดเข็มเข้าไปใต้ชั้นผิวได้ง่าย โดยผู้ที่ถูกฉีดแทบไม่รู้สึกเจ็บ จึงไม่มีความจำเป็นต้องฉีดยาชาหรือต้องพักฟื้นหลังการทำแต่อย่างใด สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติทุกประการ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสลายไขมันที่ปลอดภัย เนื่องจากก่อนดำเนินการทุกครั้ง แพทย์จะตั้งอัตราการปล่อยก๊าชต่อนาทีและปริมาณก๊าชรวมที่จะปล่อยเข้าไปที่ อุปกรณ์แพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด

โดยสัดส่วนในการปล่อยก๊าซเข้าไปสู่ชั้นผิวแต่ละส่วนนั้นจะไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ 50 — 200 ซี.ซี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของร่างกาย อย่างเช่น บริเวณใต้คาง จะปล่อยก๊าซเข้าไปเพียง 10 ซี.ซี. ใต้ท้องแขน 50 ซี.ซี. และ หน้าท้องซ้ายขวาข้างละ 100 — 200 ซี.ซี เป็นต้น สิ่งที่เห็นผลภายหลังจากการใช้วีธี คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ก็คือ ไขมันบริเวณที่ฉีดเข้าไปจะค่อยๆ สลายตัวและยุบลงไปอย่างรวดเร็ว หากแต่จะให้ได้ผลควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 — 5 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

สำหรับในประเทศไทย การสลายไขมันด้วยวิธี คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ได้มีการนำเข้ามาใช้แล้วในวงการแพทย์ หากแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอีกไม่นานจะต้องมีการกล่าวขานกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ไขมันที่พอกพูนหดหายไปได้อย่าง รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนอ้วนที่รักสวยรักงามในยุคนี้ แถมยังเห็นผลได้เร็วกว่าวิธีการ เมโซเธอราพี (MESOTHERAPY)ที่เรารู้จักกันดี แต่ก็ล้าหลังไปแล้ว ในขณะที่ คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นวิทยาการล่าสุดที่ได้ผลดีกว่า และไม่มีอันตรายเหมือนการดูดไขมันที่เป็นข่าวครึกโครมกันบ่อยครั้ง

ขอบคุณ
http://www.ryt9.com/s/prg/24417 ที่เื้อื้อเฟื้อข้อมูลค่ะ
