เราเคยได้ยินกันอยู่เสมอว่า บางคนลดน้ำหนักไม่สำเร็จเพราะหลังการเล่นกีฬา ออกกำัลังกายแล้วเกิดความหิวโหยโซจนต้องสนองความอยากิืนของตัวเองด้วยอาหารอร่อยๆ ในปริมาณมากเกินจำเป็น
คนที่ออกกำลังกายเสร็จแล้วมักเหน็ดเหนื่อยจนเกิดความหิวมากนั้น เป็นเพราะยังมิได้ปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมกับเวลาออกกำลังกายเสียก่อน
ถ้าคุณจะออกกำลังกายที่เวลา 6 โมงเย็น คุณก็ควรจะกินอาหารก่อนหน้านั้นประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง -2 ชั่วโมง และในตอนเช้าและตอนกลางวันก็ควรกินอาหารให้ครบถ้วนทั้งสองมื้อ เพื่อว่าร่างกายจะได้ไม่รู้สึกว่าขาดอาหาร
ในวันที่มีตารางว่าจะต้องออกกำัลังกาย อาหารมื้อกลางวันควรเน้น "คาร์โบไฮเดรต" ที่จะช่วยให้คุณมีเรี่ยวแรงพละกำลังพอเพียง มิใช่ว่ากินแต่ผลไม้ทั้งมื้อเช้าและกลางวัน พอตอนเย็นมาออกกำลังกายก็ย่อมไม่มีแรงมากพอ คุณจึงหิวมากและอาจจะเป็นลมขณะออกกำลังกายก็เป็นได้
ถ้าไม่กินอาหารสัก 1-2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย อย่างน้อยก็ควรดื่มน้ำผลไม้คั้นสดๆ 1 แก้วโตแทนข้าว เพื่อให้ร่างกายได้น้ำและน้ำตาลบ้าง อย่าลืมว่าการออกกำลังกายจะทำให้คุณสูญเสียน้ำมิใช่น้อยนั่นเอง
การดูแลตัวเองไม่ให้เกิดการหิวโซหลังออกกำลังกายสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการกินอาหารให้ครบทุกมื้อใน 1 วัน หรืออาจแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 3-4 มื้อ กินแต่น้อยแต่กินให้ครบ ไม่อดอาหารบางมื้อ กินผลไม้ โยเกิร์ต กล้วยหรือข้าวโพด ดื่มน้ำให้มากๆ หลังออกกำลังกาย เมื่อพักผ่อนสักครู่แล้วก็ให้ดื่มน้ำมากๆ โดยดื่มแบบจิบๆ จากนั้นควรกินผักผลไม้ัสัก 1-2 ผลก่อนอาหาร หากปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำคุณก็จะสามารถเคยชิืนกับการออกกำลังกายโดยไม่มีความหิวอาหารมารบกวนอีกเลยเมื่อเสร็จสิ้นการออกกำลังกายแล้ว
ผู้ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักควรกินอาหารที่มีค่า "ไกลซีมิก" (Glycaemic) สุง เพราะเป็นอาหารที่จะย่อยสลายเป็นกลูโคสและให้พลัีงงานแก่ร่างกายได้เร็ว จึงไม่ีมีผลต่อการนำไปเก็บสะสมในร่างกาย อาหารที่น่าสนใจคือ
ลูกเกด กล้วย ข้าวดโพด มันฝรั่ง น้ำผึ้ง ธัญพืชอบแห้ง ขนมปังกรอบทำจากข้าวโอ๊ต องุ่น ส้ม มันเทศ ช็อกโกแลต ก๋วยเตี๋ยว
