อย.เตือนยาลดความอ้วนอันตรายออกฤทธิ์เหมือนยาบ้า กินมากทำให้ประสาทหลอน พร้อมเผยจากการสำรวจคลินิกลดความอ้วน พบว่าส่วนใหญ่จะใช้วิธีจ่ายยาหลายชนิดพร้อมกัน เพื่อล้างฤทธิ์กันเอง ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต และเสียชีวิตได้
ภก.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าคนอ้วนที่ต้องการลดความอ้วน มักนิยมใช้วิธีกินยาลดความอ้วน แทนการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึ่งบางคนไม่ได้อ้วน แต่ก็กินยาลดความอ้วน เพราะอยากหุ่นเพรียวบาง
ทั้งนี้ยาลดความอ้วน มีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่ม 1 คือ กลุ่มยาอันตราย ได้แก่ เฟนฟลูรามีน และเด็กส์ เฟนฟลูรามีนซึ่งปัจจุบันได้ถูก อย.สหรัฐยกเลิกการใช้แล้ว เพราะพบว่าผู้ใช้เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว จนถึงขั้นเสียชีวิต
กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ได้แก่ เฟนเทอร์มีน ไดเอ็ททิลโพรพิออน เฟนเมธาซีน แอมพีพราโมน มาร์ซินดอล และคาทีน โดยยาดังกล่าวจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลางทำให้ไม่รู้สึกหิว ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกลุ่มยาบ้า เมื่อกินเข้าไป จะเกิดอาการข้างเคียงคือ นอนไม่หลับ วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย จนถึงขั้นประสาทหลอนได้
ภก.วิโรจน์ กล่าวอีกว่า ยาลดความอ้วนกลุ่มที่ 2 นั้นนอกจากจะมีผลต่อประสาทแล้วยังมีผลต่อร่างกาย คือทำให้หัวใจเต้นเร็ว มีความดันโลหิตสูง เกิดเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตในปอดสูง ซึ่งปกติคนอ้วนมีความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวอยู่แล้ว แต่หากกินยาลดความอ้วนกลุ่มดังกล่าวเข้าไป ก็ยิ่งจะช่วยเร่งให้เป็นโรคเหล่านี้มากขึ้นดังนั้นการใช้ยาต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะปกติยาลดความอ้วนจะกินได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะเกิดดื้อยา ทำให้การกินยาไม่ได้ผล
ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด กล่าวต่อว่า จากการสำรวจคลินิกลดความอ้วนต่างๆ พบว่า89% มีแพทย์ประจำตลอด และอีก 11% ไม่มีแพทย์ประจำการเลย มีเพียงเด็กที่ไม่มีความรู้เรื่องยาลดความอ้วนเลย และถึงแม้ว่าจะมีแพทย์ประจำ ก็พบว่า 60% ขายยาลดความอ้วนแก่ผู้มาใช้บริการโดยไม่ตรวจร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตก และเป็นอัมพาตได้เนื่องจากจ่ายยาให้ไปโดยไม่มีซักประวัติคนไข้ว่ามีโรคประจำตัวหรือเปล่า
ภก.วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า การจ่ายยาของแพทย์ประเภทดังกล่าว จะจ่ายเป็นยาชุดหลายชนิดรวมกันเพื่อให้ยาแต่ละชนิดจะล้างฤทธิ์กันเอง เช่น ยาลดความอ้วนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ร่วมกับยาเร่งขบวนการเผาผลาญอาหาร ที่มักจะเป็นยารักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ เพื่อเร่งให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร ยาแก้เครียด ยาป้องกันไม่ให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ยาแก้อาการนอนไม่หลับ ยาถ่าย เป็นต้น ทั้งที่จริงแล้วการลดการยาวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ต้องกินยาน้อยลงไม่ใช่กินยาล้างฤทธิ์กันเช่นนี้ เป็นการผิดหลักจริยธรรมของแพทย์อย่างมาก
อย่างไรก็ตามวิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุด คือการควบคุมอาหารประเภทแป้งและไขมัน ควรกินผัก ผลไม้ให้มาก ช่วยให้ขับถ่าย โดยเฉพาะอาหารมื้อเย็น ให้พยายามกินผักผลไม้ให้มาก เพราะผักผลไม้จะไม่สะสมอยู่ในร่างกาย ส่วนมื้อเช้าและมื้อกลางวันควรกินอาหารตามปกติ และที่สำคัญควรออกกำลังกายที่ใช้เหงื่อ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ และแอโรบิค เพื่อจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย แต่ไม่ควรใช้เครื่องอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกาย เพราะไม่มีประโยชน์ในการลดไขมันในร่างกายได้
อ้วน.com ขอขอบคุณ ไทยโพสต์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/