เป็นที่ทราบกันแล้วนะคะว่าเกณฑ์การตัดสินโรคอ้วน คำนวณได้อย่างไร และการสำรวจไขมันสะสมที่หน้าท้อง เพื่อจะทราบว่าตัวเราเข้าข่ายโรคอ้วนหรือไม่ ในตอนที่ 1 เราได้แนะนำวิธีควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไปแล้ว จากวิธีง่ายๆ คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนจริงๆ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ
1.ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
2.ยาลดความอ้วน
เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ก็ขออย่าได้หลงเชื่อคำโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ลดความอ้วนได้ นอกจากจะต้องเสียเงินเสียทอง ซ้ำร้ายต้องเสียสุขภาพเพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน
เรามาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมายกันดีกว่าค่ะ
1.ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข มีการควบคุมอาหารประเภทนี้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 121 (พ.ศ.2532) ซึ่งได้มีการกำหนดให้อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ มีการกำหนดคุณภาพมาตรฐาน ส่วนประกอบของอาหาร จำนวนพลังงานในอาหาร การใช้วัตถุเจือปนในอาหาร รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องการแสดงบนฉลาก เพิ่มเติมจากอาหารทั่วไป อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.1 อาหารที่ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารที่ใช้กินตามปกติใน 1 มื้อ หรือมากกว่า 1 มื้อ หรือแทนอาหารทั้งวันได้แก่ "อาหารควบคุมหรือลดน้ำหนัก"
1.2 อาหารที่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักใช้กินแทนอาหารบางส่วน ได้แก่
"อาหารลดพลังงาน" "อาหารพลังงานต่ำ" และรวมถึง "วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล"อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักนี้เป็นอาหารวัตถุประสงค์เฉพาะไม่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทั่วไป"อาหารลดพลังงาน" และ "อาหารพลังงานต่ำ" ห้ามกินแทนอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่บริโภคอาหารเหล่านี้ ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัด
ในการเลือกซื้ออาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนักให้ตรวจดูฉลากและอ่านฉลากทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์ ฉลากของผลิตภัณฑ์ต้องแสดงประเภทของอาหารกำกับอยู่"อาหารควบคุมหรือลดน้ำหนัก" "อาหารลดพลังงาน" "อาหารพลังงานต่ำ" และ "วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล" และต้องเป็นอาหารที่ได้รับเลขทะเบียนตำรับอาหาร เลขที่อนุญาตใช้ฉลากอาหาร มีการแสดงฉลากเป็นภาษาไทยมีข้อความชัดเจนครบถ้วนทั้งในส่วนของชื่อที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย ประเทศผู้ผลิต (ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า) ปริมาณของอาหาร วันเดือนปีที่ผลิตหรือหมดอายุ การใช้วัตถุเจือปนในอาหารต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งกำหนดรายละเอียดตามประกาศกระทรวง ฉบับที่ 121 (พ.ศ.2532) อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ต้องมีข้อความ"ใช้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น" เมื่อตรวจดูฉลากก่อนซื้ออ่านฉลากก่อนใช้แล้วก็ต้องปฎิบัติตามคำแนะนำวิธีใช้บนฉลากโดยเคร่งครัดด้วยนะคะ
2.ยาลดความอ้วน
ยาลดความอ้วนแบ่งตามกลไกการออกฤทธิ์เป็น 3 ประเภท คือ
1.ยาที่ออกฤทธิ์ต่อทางเดินอาหาร ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
-- ยาที่เข้าไปพองตัวในทางเดินอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่ม และมีผลลดการดูซึมอาหารจำพวกแป้งและไขมัน อาจมีผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ หากไม่ดื่มน้ำตามมากเพียงพอ และผลในการลดน้ำหนักไม่ชัดเจน
-- ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้าตาล) ทำให้ลดการดูดซึมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล และจะทำให้มีก๊าซในทางเดินอาหารและผายลมบ่อย แพทย์มักสั่งยานี้กับผู้ป่วยเบาหวานที่อ้วน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่ต้องการ
2.ยากลุ่มที่ออกฤทธิ์เพิ่มอัตราเร็วของกระบวนการเผาผลาญอาหาร ยากลุ่มนี้มีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้
3.ยาที่ลดความอยากอาหาร ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์โดยตรงกับประสาทส่วนกลาง เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ง่าย และห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีสตรีมีครรภ์ และการใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้รักษาพิจารณาเห็นว่าจำเป็นเท่านั้น และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด เพราะถ้าใช้ยาไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้
จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือยาอาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ หากไม่ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการลดความอ้วนโดยผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนนั้น เมื่อเลิกใช้น้ำหนักก็อาจกลับเพิ่มขึ้นมาอีก การลดความอ้วนที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค กินอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลลง กินผักผลไม้เยอะๆ กินให้เป็นเวลา 3 มื้อ ไม่กินจุบจิบ และออกกำลังกาย ให้เหมาะสมกับสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าคุณปฎิบัติได้อย่างนี้ ความ "อ้วน" ก็จะมาเยือนคุณไม่ได้อีก
อ้วน.com ขอขอบคุณ ฝ่ายเผยแพร่ กองเผยแพร่และควบคุมการโฆษณา อย
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/