เมื่อพูดถึง การมีรูปร่างดี ไม่มีไขมันส่วนเกิน มาโผล่ตรงโน่นนิด ตรงนี้หน่อย ปัจจุบันใครๆ ก็ปรารถนา รูปร่างที่มี ตะโพก มีเอว มีอก เพราะจะทำให้บุคลิกดี จะไปไหนทำอะไร ก็คล่องตัว ไม่อึดอัด อุ้ยอ้าย หาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ง่าย ทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงกับโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคอื่นๆ อีกมากมายที่มักเกิดขึ้นกับคนอ้วน จึงทำให้คนส่วนใหญ่ที่มีรูปร่างอ้วน หรือคิดว่าตัวเองอ้วน ห็หันมาหาวิธีลดความอ้วน ลดน้ำหนักกันหลายวิธี และปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความอ้วนกันมากมาย มีการโฆษณาส่งเสริมการขายตามสื่อต่างๆ กันหลายรูปแบบ ดังนั้นก่อนที่ผู้บริโภคจะหลงเชื่อคำโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ สามารถลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน วันนี้เรามีข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนกันอยู่
ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในปัจจุบันอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
-ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
-ยาลดความอ้วน
สำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภท ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ครีมลดไขมัน เครื่องแต่งกายลดน้ำหนักและแผ่นปะลดไขมัน เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่จัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการตรวจสอบ รับรองสรรพคุณ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผู้บริโภคที่ไปหลงเชื่อคำโฆษณา และใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นอกจากจะเสียเงินทองแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย ส่วนเครื่องมือออกกำลังกายต่างๆ ก็ไม่จัดเป็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนเช่นกัน เนื่องจากไม่ได้มีผลต่อการลดไขมันโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้เกิดการสูญเสียเหงื่อหรือน้ำมากขึ้น การที่ลดน้ำหนักเป็นผลจากการเสียน้ำเท่านั้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอาจมีผลทางอ้อมในการใช้พลังงานสะสมของร่างกายได้ด้วย
แต่ก่อนที่จะเสียเงินเสียทองไปใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน เรามาสำรวจดูตัวเองกันก่อนนะคะว่าเราเป็นโรคอ้วนจนขนาดต้องพึ่งผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนเลยหรือไม่
ในปัจจุบันเกณฑ์การตัดสินว่าอ้วนผอมจะดูได้จากค่าดัชนีความหนาของร่างกายซึ่งคำนวณจากสูตร ดัชนีความหนาของร่างกาย=น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม/<ส่วนสูงเป็นเมตร>2 ค่าดัชนีความหนาของร่างกายปกติในผู้ใหญ่ คือ 20-24.9 กก./ตร.ม. ถ้าคำนวณค่าดัชนีความหนาของร่างกายได้ต่ำกว่า 20 กก./ตร.ม. จัดว่าผอมในขณะที่ผู้ที่มีค่าดัชนีความหนาตั้งแต่ 25 กก./ตร.ม. ขึ้นไปจัดว่าเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้ยังเกณฑ์ในการตัดสินใจโรคอ้วนอีกอย่างหนึ่ง คือ การวินิจฉัยการสะสมไขมันภายในช่องท้องว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยการวัดรอบเอวและสะโพก คนปกติจะมีอัตราส่วนเส้นรอบวงเอวต่อสะโพกต่ำกว่า 1.0 ในผู้ชาย และต่ำกว่า 0.8 ในผู้หญิง ผู้ที่มีอัตราส่วนของเส้นรอบวงเอวต่อสะโพกเกินกว่าปกติ แม้ค่าดัชนีความหนาของร่างกายจะไม่เกิน 24.9 กก./ตร.ม. ก็ควรระมัดระวังในเรื่องของการบริโภคอาหารกันแล้วนะค่ะ
เพื่อลดการสะสมของไขมันในช่องท้องและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่จะตามมา ส่วนจะบริโภคอาหารอย่างไรเพื่อลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง และไม่ให้เกิดโรคอ้วนก็คือบริโภคอาหารให้เพียงพอ พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย โดยความต้องการพลังงานและสารอาหารใน 1 วัน ที่เราควรได้รับสำหรับคนไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ดังนี้ ชายไทยอายุ 20-59 ปี เท่ากับ 2,750-2,800 กิโลแคลอรี และหญิงไทยอายุ 20-59 ปี เท่ากับ 2,000 กิโลแคลอรี ทั้งนี้ยังมีข้อแนะนำว่าควรรับประทานอาหารไขมันไม่เกิน 30 % อาหารโปรตีน 15 % และคาร์โบไฮเดรต 55 % ของพลังงานทั้งหมด หากเรารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และรับประทานให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไปด้วย ความอ้วนก็จะห่างไกลจากเราไปได้ แต่ถ้าคำนวณค่าดัชนีความหนาของร่างกายแล้ว สูงกว่าปกติ และไขมันมาสะสมมากเกินงามจนต้องตัดสินใจพึ่งพาผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนแล้ว
ในตอนต่อไปเราจะมีข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายมาแนะนำให้รู้จักกัน เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนกันต่อไป
อ้วน.com ขอขอบคุณ ฝ่ายเผยแพร่ กองเผยแพร่และควบคุมการโฆษณา อย
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/