สธ.เตือนดื่มน้ำผักได้ แต่อย่าให้เป็นอาหารหลัก อาจให้โทษต่อร่างกาย ชี้ยังไม่มีหลักวิชาการพิสูจน์สรรพคุณแก้โรคตามกระแสอวดอ้าง
นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การบริโภคน้ำผักที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ สาเหตุมาจากการปลุกกระแส โดยการกล่าวอ้างสรรพคุณของน้ำผักในด้านการรักษาโรคและลดความอ้วน ทั้งยังมีการระบุว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นทางเลือกเพื่อกินทดแทนโดยตรง ซึ่งจาการวิเคราะห์เชิงโภชนาการแล้ว พบว่าการนำผักจำนวนมากมาปั่นรวมกันหากล้างไม่สะอาดจะมีสารเคมีตกค้าง ทำให้ผู้บริโภคได้รับเชื้อโรคและสารพิษ และมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียคุณค่าทางอาหารของสารอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะวิตามินซีและวิตามินเอ ที่สามารถป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้
สำหรับในประเทศไทยและทั่วโลก ก็ได้มีการรณรงค์ให้บริโภคอาหารครบ 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นผักก็ต้องรับประทานผักหลายๆ สี โดยไม่ทานอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น หากบริโภคน้ำผักอย่างเดียวปริมาณมากๆ ในแต่ละวัน โดยไม่กินอย่างอื่นเลย ก็อาจทำให้ปัสสาวะบ่อย เกิดภาวะน้ำเป็นพิษ มีผลต่อไต และอาจทำให้หัวใจวาย หรือไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะเสียชีวิตด้วยภาวะน้ำเป็นพิษได้ ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ควรสร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อสามารถตัดสินใจนำมาใช้ได้ถูกต้อง
รศ.ดร.สมใจ วิชัยดิษฐ กรรมการสมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภคและที่ปรึกษาสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การบริโภคน้ำผักที่กำลังแพร่หลายนั้นคงเข้าไปควบคุมลำบาก เพราะจริงๆแล้วการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนจะดีที่สุดเนื่องจากการดื่มน้ำผักที่ถูกควรเป็นอาหารประกอบมากกว่าการกินเป็นอาหารหลัก เพราะสูญเสียคุณค่าทางอาหารมากกว่า การรับประทานผักสด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการแปรรูปและควรรับประทานพืชผักตามฤดูกาล รวมทั้งควรกินอาหารให้หลากหลายเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน เพราะจะเป็นการสะสมสารอาหารที่มีผลต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย
อ้วน.com ขอขอบคุณ ไทยโพสต์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/