ปัจจุบัน แม้จะมีกระแสการออกกำลังกายสร้างความคึกคักเพื่อสุขภาพเป็นประจำ แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งของคนที่ลุกขึ้นยืดแข้งยืดขานั้นเพราะอยากจะลดน้ำหนัก
อย่างไรก็ตาม บางคนก็ใจร้อน จึงยังหวังพึ่งยาลดความอ้วนอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงวัยรุ่นและวัยทำงาน ไม่ว่าจะมีเสียงเตือนเรื่องอันตรายก็ตาม
เมื่อห้ามกันไม่ได้ ก็ลองมาศึกษาเกี่ยวกับยาประเภทนี้เสียหน่อยเป็นไง
ยาที่ใช้ในการควบคุมน้ำหนักมีหลายประเภท แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังต่อไปนี้
1.กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง จัดว่าเป็นกลุ่มที่มีฤทธิ์แรง ในกลุ่มนี้จะมีผลยับยั้งความหิว และลดความอยากอาหารโดยไปมีผลเพิ่มสารสื่อสมอง ได้แก่ โดปามีนและนอร์อีพิเนฟรินในสมอง เช่น phentermine มีผลทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่จะมีฤทธิ์ข้างเคียงอื่นๆ เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่มีความไวต่อยามาก อาจทำให้เกิดอาการหวาดระแวงและประสาทหลอนได้
นอกจากนี้อาจมีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ใจสั่น เหงื่อออก ความดันโลหิตสูง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจอยู่แล้ว ยาในกลุ่มนี้ยังมีฤทธิ์ที่ทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย คือ ทำให้เกิดอาการท้องผูก
ส่วนกลุ่มที่มีฤทธิ์ปานกลาง เช่น sibutramine จะมีผลเพิ่มนอร์อีพิเนฟรินและซีโรโตนินในสมอง จึงยับยั้งความหิวและลดความอยากอาหาร ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง ถึงแม้จะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่ก็ยังมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด คือทำให้ใจสั่น ความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ และต้องติดตามค่าความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเป็นระยะ ผู้ที่รับประทานยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
2.กลุ่มที่ออกฤทธิ์ในการเพิ่มการใช้พลังงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน thyroxine ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะมีผลรบกวนระบบฮอร์โมนตามปกติของร่างกาย นอกจากนี้ยังทำให้ใจสั่นและมีการสลายโปรตีนของกล้ามเนื้อลายอีกด้วย (ไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาลดน้ำหนัก)
3.กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่ทางเดินอาหาร เป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ทางเดินอาหาร ไม่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น orlistat มีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปสซึ่งใช้ย่อยอาหารจำพวกไมนไตรกลีเซอไรด์ มีผลลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกายได้บางส่วน จึงมีผลในการช่วยควบคุมน้ำหนัก อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น คือ มีไขมันออกมาจากอุจจาระ สืบเนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก บางรายอาจมีอาการปวดท้อง กลั้นอุจจาระลำบาก ก่อนที่จะมีการใช้ยาเหล่านี้ ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำในการใช้และวิธีปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ที่สำคัญไม่ควรใช้ยาขับปัสสาวะ หรือยาระบายให้ถ่ายท้องเพื่อเป็นยาลดน้ำหนัก เพราะยาเหล่านี้ไม่ได้มีผลในการลดการสะสมของไขมันในเซลล์ไขมันได้เลย
ฉะนั้น คิดให้หนักก่อนรับประทานยาประเภทนี้ดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ขยันออกกำลังกายและควบคุมอาหารด้วยตัวเองดีกว่าเป็นไหนๆ จริงไหมคะ
อ้วน.com ขอขอบคุณ - ไทยโพสต์
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/