หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ใช้ดุลบำบัดดูแลสุขภาพยุคไอเอ็มเอฟ  (อ่าน 485 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้วน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1120


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2009 »

 ผู้เชี่ยวชาญแนะคนไทยยุคประหยัด ควรหันมาดูแลสุขภาพแบบดุลบำบัด อิงกลไกธรรมชาติในการยืดอายุและสุขภาพ แนะหลักปฏิบัติง่าย ๆ กินอาหารถูกหลัก รักษาสภาพแวดล้อม ทำให้จิตใจผ่อนคลาย เตือนอย่าพึ่งวิตามินเม็ดหรืออาหารเสริม เพราะทำให้มีผลเสียต่อร่างกายในภายหลัง
          โครงการอาสากาชาดฟื้นฟูสุขภาพถึงบ้าน ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุและสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทยได้จัดการบรรยายพิเศษเรื่อง ดุลยภาพบำบัดสำหรับอายุและสุขภาพ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเหล่าสมาชิกของกองอาสากาชาดเข้าร่วมฟังการบรรยายกว่า 100 คน ที่ห้องประชุมตึกสุทธาสา สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา
          รศ.พ.ญ.ลดาวัลย์ สุวรรณกิตติ เลขาธิการมูลนิธิดุลยภาพบำบัดเพื่ออายุและสุขภาพ เปิดเผยว่าในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกวันนี้ ทุกเพศทุกวัยมีโอกาสได้รับปัญหาการเสียสมดุล เนื่องจากชีวิตได้พึ่งพิง    กับเครื่องอำนวยความสะดวกมากเกินไปและการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมาะสม เช่น สตรีต้องปวดเท้าเพราะการใส่ร้องเท้าส้นสูง ผู้ชายปวดหลังจากการนั่งทำงานในเก้าอี้มากเกินไป แม้แต่เด็กนักเรียนต้องมีปัญหาจากการหอบกระเป๋าใบโตและหนัก ทำให้กระดูกสันหลังคดหรืองอได้
          รศ.พ.ญ.ลดาวัลย์ ยังได้กล่าวถึงการรักษาความสมดุลในปัจจุบันว่า คนไทยส่วนหนึ่งได้หันไปพึ่งยารักษาโรคและวิทยาการใหม่ตามอย่างชาติตะวันตก ขณะที่ต้นตำรับวิทยาการสมัยใหม่เหล่านั้น เช่น สหรัฐอเมริกาหันกลับมามาให้ความสนใจและฟื้นฟูการรักษาผู้ป่วยด้วยหลักดุลยภาพบำบัด ทำให้ผู้ป่วยรู้จักพึ่งตนเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับประเทศไทยในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งคนไข้และรัฐบาลและทำให้มีอาการดีขึ้นถึงร้อยละ 80
          หลักการสำคัญในการทำดุลยภาพบำบัด เลขาธิการมูลนิธิ แนะนำว่า เป็นการฝึกให้คนไข้ดูแลตนเองและพึ่งพาตัวเองในแบบกายภาพบำบัด รักษาหลักสมดุลของร่างกายตามแนวทางธรรมชาติ มีการรวมจิต กายและสังคมที่ดีไว้ด้วยกัน เลือกรับประทานอาหารที่ถูกหลัก สะอาด เน้นอาหารพื้นบ้านที่มีประโยชน์ เช่น น้ำพริก ผักต้ม ตัดอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายออกไป เช่น ขนมขบเคี้ยวหรือฟาสต์ฟู้ด
          กระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณเรื่องสุขภาพให้ประชาชนเพียง 5.5 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของคนไข้ทั้งประเทศที่ตกอยู่ในวงเงินถึงกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี เฉพาะเป็นค่ายารักษาโรคเท่่านั้น การทำดุลบำบัดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด พ.ญ.ลดาวัลย์ ได้กล่าวถึงความเหมาะสมของวิธีการบำบัดที่อิงธรรมชาติ
          แม้ว่าการเรียนรู้เรื่องดุลยภาพบำบัด จะต้องศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ พ.ญ.ลดาวัลย์ ชี้แจงว่าแต่ละคนสามารถมีหลักการปฏิบัติอย่างง่าย ๆ ตามระบบอนามัย เช่น ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาอย่างเป็นระบบ รักษาภาวะอารมณ์ให้คงที่และพยายามหลีกเลี่ยงการมีอารมณ์เสีย เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่มีผลเสียต่อร่างกายออกมา พยายามทำให้จิตใจเป็นสุขเพื่อฮอร์โมนในร่างกายจะเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข และข้อสำคัญต้องมีการรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีอยู่เสมอ
          นอกจากนี้ พ.ญ.ลดาวัลย์ยังได้กล่าวเตือนคนไทยที่นิยมบริโภคอาหารเสริมหรือวิตามินสกัดต่าง ๆ ว่า ควรละเว้นเสีย เนื่องจากจะมีผลต่อร่างกายในภายหลัง เช่น กระเพาะอาหารต้องพบกับความเปลี่ยน แปลง สมดุลพฤติกรรมรับประทานอาหารจะเปลี่ยนไปด้วย รวมทั้งการลดความอ้วนควรจะใช้วิธีการควบคุมอาหารของตนเองแทนที่จะกินยาลดความอ้วน การควบคุมอาหารก็เป็นวิธีทางสมดุลทางหนึ่งด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: