หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รักลูก.. อย่าให้อ้วน!  (อ่าน 1586 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ราลฟ์
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 10 สิงหาคม 2009 »

 นั่นเพราะพวกเขามีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในรูปร่างและทักษะความสามารถ  พ่อแม่จึงควรป้องกันภาวะโรคอ้วนนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากขณะนี้โรคอ้วนทั้งในเด็กและในวัยรุ่นมีมากขึ้น จากการสำรวจเมื่อปี 2545 พบว่าเด็กอายุ  6-14 ปี  มีภาวะโภชนาการเกินและอ้วนโดยเฉลี่ยร้อยละ  12.3  เพิ่มขึ้นจากปี  2540  เกือบเท่าตัว
          ขณะที่ร้อยละ 25 ของเด็กอ้วนมีโอกาสเติบโตเป็นวัยรุ่นอ้วน และวัยรุ่นอ้วนร้อยละ 75  มีแนวโน้มจะเป็นผู้ใหญ่อ้วน แพทย์จึงวิตกว่าเราอาจพบปัญหาสุขภาพมากขึ้นในอนาคต  พ่อแม่จึงควรปลูกฝังนิสัยที่ดีในการกินให้ลูกตั้งแต่แรก
          "ถ้าหัดให้เด็กกินผลไม้ตั้งแต่อายุยังน้อย  เด็กๆ  จะคุ้นเคยและมักชอบอาหารเหล่านี้ไปด้วย"
          อย่างไรก็ตามพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลกับน้ำหนักทารกในช่วง12เดือนแรกเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากทารกอ้วน  และการที่ทารกอ้วนจ้ำม่ำก็ใช่ว่าจะโตเป็นเด็กอ้วนหรือผู้ใหญ่อ้วนเสมอไป  ที่สำคัญพัฒนาการทางสมองของเด็กวัยสองขวบแรกจำเป็นต้องอาศัยสารอาหารซึ่งมีอยู่ในไขมันด้วย  เมื่อไหร่ที่พ่อแม่ควรสังเกตภาวะเด็กอ้วน?
          โดยปกติสัญญาณอาจบ่งบอกตั้งแต่ลูกพ้นวัยสองขวบขึ้นไป และหากอายุถึง  4 ขวบ  ลูกยังอ้วนอยู่พ่อแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ
          แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้ำหนักมากเกิน?
          ผู้ปกครองควรตรวจสอบภาวะโภชนาการเกินในเด็กโดยใช้น้ำหนักเปรียบเทียบกับน้ำหนักมาตรฐานที่ความสูง  อายุ  และเพศเดียวกัน  หากน้ำหนักเกินร้อยละ  20  ของน้ำหนักมาตรฐานสำหรับเด็กถือว่าเป็นโรคอ้วน  ตัวอย่างเช่น เด็กสูง  120 เซนติเมตร  แต่น้ำหนักเกิน  30 กิโลกรัม  ขณะที่น้ำหนักมาตรฐานของเด็กควรอยู่ระหว่าง  20-28 กิโลกรัม  แสดงว่าเริ่มมีปัญหาเรื่องอ้วน
          สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปริมาณอาหารเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าเด็กบริโภคอะไรด้วย  อย่าให้ที่บ้านมีแต่อาหารว่างจำพวกขนมขบเคี้ยวแคลอรีสูง  ควรดูแลลูกให้ได้กินผักผลไม้  รวมทั้งอาหารไขมันต่ำแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  อาจปอกผลไม้ที่รสไม่หวานแช่ตู้เย็นไว้แทนของจุบจิบ
          นอกจากนี้ภาวะน้ำหนักเกินในเด็กมีส่วนเกี่ยวพันกับพฤติกรรมการทำกิจกรรมของเด็กๆ  หากออกกำลังกายทุกวันควบคู่กับการควบคุมอาหารก็จะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้การดูโทรทัศน์ เล่นเกมและคอมพิวเตอร์  เป็นกิจกรรมโปรดของเด็กยุคนี้  ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายแล้วยังทำให้เด็กบางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นด้วย
          อย่าปล่อยให้เด็กแก้ปัญหาด้วยการกิน
          ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกหากเด็กมีปัญหาด้านอารมณ์  เด็กอาจมีความเครียดสูงจากการเรียน  รู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยว บางครั้งเขาพบว่าการกินขนมหวานช่วยให้อารมณ์ดีและมีความสุขมากขึ้น  ดังนั้นพ่อแม่ไม่ควรลืมว่าพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้เด็กเอาชนะปัญหาด้านอารมณ์ได้คือครอบครัว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: