หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณเป็นโรคภูมิแพ้แล้วหรือยัง  (อ่าน 1288 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลาล่า
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 07 สิงหาคม 2009 »

อัตราขยายตัวของโรคภูมิแพ้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว มีอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนในประเทศไทย แต่เดิมไม่เคยมีปัญหาในเรื่องโรคภูมิแพ้ แต่ในปัจจุบันปัญหาโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้นตามความเจริญทางวัตถุ และความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ รวมไปถึงการเพิ่มตัวของมลพิษในอากาศ ในอาหารและอื่น ๆ รวมไปถึงภาวะตึงเครียดของจิตใจและความวิตกกังวลต่าง ๆ ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นผู้ที่เริ่มมีปัญหาในเรื่องของโรคภูมิแพ้เกิดขึ้นกับตนเองแล้ว โรคนี้ยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่บุตรหลานได้อีกด้วย
          แม้ว่าโรคภูมิแพ้จะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็สามารถป้องกัน ร่วมกับการรักษาที่เหมาะสมให้มีระยะเวลาสงบของโรคได้ยาวนาน แต่เมื่อเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ขึ้นแล้ว ก็ยังมีคนบ่นว่าไม่สามารถจะรักษาให้หายขาดได้ ก็ยิ่งทำให้เกิดความวิตก กังวล ทุกข์ร้อนจนเกินเหตุและเกินความจำเป็น ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังส่งผลให้เกิดการโฆษณาชวนเชื่อในแนวทางที่ผิด ๆ เช่น มีการหลอกขายยาบางชนิดที่มีราคาแพงแต่ด้อยคุณภาพ โดยอ้างว่ารักษาโรคภูมิแพ้ได้หายขาด บางรายก็หลอกเอายาฝรั่งประเภทเพร็ดนิโซโลนบ้าง ยาต้านการแพ้บดผสมกันเป็นยาลูกกลอนบ้าง ยาหม้อบ้าง หลอกขายราคาแพงทั้ง ๆ ที่ยาหลายประเภทมีผลร้ายต่อร่างกาย
          จริงอยู่ในภาวะแวดล้อมรอบตัวเราในปัจจุบันซึ่งล้วนแต่มีสารพิษเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในอากาศ ในน้ำ ในอาหาร ซึ่งคนเราต้องกิน ต้องดื่ม และต้องหายใจเข้าสู่ร่างกาย เชื่อกันว่าสารพิษเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้ความต้านทานของร่างกายในจุดต่าง ๆ บกพร่องลง และมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มมากขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้วโรคภูมิแพ้ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรง ขอเน้นอีกครั้งว่า ส่วนใหญ่แล้วโรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็จะทำให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญใจเมื่อมีอาการแพ้เกิดขึ้น
          โดยปกติเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส ฝุ่น ควัน สารเคมี หรือแม้แต่อาหาร หากเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ เซลล์ที่ทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะทำหน้าที่ทำลายหรือกลืนกินสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น ภูมิคุ้มกันจึงเปรียบเสมือนทหารที่คอยปกป้องร่างกายให้พ้นจากอันตราย ระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นปกติจะสามารถกลืนกิน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมได้โดยมิยากนัก แต่ในบางกรณีในขบวนการทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น ระบบภูมิคุ้มกันทำให้เกิดปฏิกิริยาของร่างกายมากเกินไป เป็นปฏิกิริยาไวเกินปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารแปลกปลอม หรือสารที่ก่อภูมิแพ้ จึงก่อให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ นานาได้หลายระบบ เช่น
          1. ระบบผิวหนัง จะพบว่าหากผิวหนังสัมผัสกับสารพิษแล้ว เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม ยาย้อมผ้า สายสร้อยหรือเครื่องตกแต่งที่ทำจากโลหะสังเคราะห์ ก้านแว่นตา ตุ้มหูแบบหนีบ โรลม้วนผม สารเคมีบางอย่างที่ผสมมาในแป้งทาตัว ครีมประเภทต่าง ๆ ก็จะทำให้เกิดเป็นเม็ด ตุ่ม ผื่นคัน และอาจแตกเป็นแผล บางรายแพ้อาหารหรือสารที่กิน หรือสูดดม ก็จะทำให้มีผื่นแพ้ที่ผิวหนังได้เช่นเดียวกัน
          2. อาการทางตา เมื่อตาสัมผัสกับสารที่แพ้จะมีอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล บางครั้งหนังตาบวมปิดร่วมด้วย
          3. อาการทางหู การแพ้สารบางอย่างจะทำให้หูชั้นกลางอักเสบ ปวดหู หูอื้อ หูตึง หูอักเสบเรื้อรัง
          4. อาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหอบหืด เมื่อสัมผัสหรือเมื่อสูดดมสารภูมิแพ้ อาการอีกอย่างหนึ่งของระบบทางเดินหายใจได้แก่ อาการแบบเรื้อรัง เป็นหวัดประเภทที่น้ำมูกมาก คัดจมูกมักจะไม่มีไข้ และไม่เจ็บคอ
          5. อาการลมพิษ เป็นอาการของโรคภูมิแพ้ที่แสดงออกทางผิวหนังแต่มีลักษณะเฉพาะเป็นตุ่มคล้ายยุงกัด แต่จะเป็นตุ่มกระจายไปได้กว้างขวางในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือทั่วร่างกาย
          6. แพ้อาหาร อาหารบางชนิดที่คนทั่วไปกินอยู่เป็นปกติแต่อาจจะมีปฏิกิริยาแพ้รุนแรงในคนบางคน ทำให้มีอาการอาเจียน ลมพิษ บวม ท้องเสีย
          7. แพ้ยา เป็นอาการแพ้มักเกิดขึ้นอย่างรุนแรง อาจจะเกิดลมพิษทั้งตัว บวม หอบหืด หรือช็อก ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งเมื่อเจ็บป่วย ยาที่พบว่าทำให้เกิดการแพ้มีหลายชนิด ที่รู้จักกันดีคือ เพนนิซิลิน อาการที่มักจะเกิดขึ้นคือ เป็นผื่นทั้งตัว บวม ลมพิษ ผิวหนังลอก ถ้ามีอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ ยาอื่น ๆ ที่อาจแพ้ได้ เช่น แอสไพริน ยาชาเฉพาะที่ อินซูลิน และยาอื่น ๆ เป็นต้น
          ข้อแนะนำหลักในการป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้ก็คือ
          1. พยายามสร้างภูมิคุ้มกัน และภูมิต้านทานของร่างกายให้เข้มแข็ง สมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ที่ยังไม่แพ้ และผู้ที่เริ่มจะเป็นโรคภูมิแพ้ โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเน้นหนักในกลุ่มอาหารผักและผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง มีการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดพยายามหลีกเลี่ยงมลพิษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในอากาศ ในน้ำ ในอาหาร หลีกเลี่ยงยาเสพย์ติด สารพิษปนเปื้อนต่าง ๆ รวมทั้งสารแอลกอฮอลล์ทุกประเภท ไม่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนล้าโดยหักโหมในการงาน การเรียน จนร่างกายทรุดโทรมอ่อนแอ จะทำให้เกิดสภาวะภูมิแพ้ได้ง่าย
          2. เมื่อเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้แล้ว ให้พยายามค้นหา และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ให้ได้ ควรเริ่มปฏิบัติตัว ปฏิบัติที่อยู่อาศัยเพื่อขจัดความไม่สะอาดทั้งมวล ขจัดฝุ่นบ้าน ซากตัวไรในฝุ่นบ้าน ขนสัตว์ หรือแม้แต่ฝุ่นที่หมักหมมไว้ในห้องนอน ที่นอน หมอน เก้าอี้บุบวม พรม ผ้าเช็ดเท้า ฝุ่นใต้โต๊ะ ฝุ่นใต้เตียง ฝุ่นจากเครื่องปรับอากาศ หลีกเลี่ยงการใช้หมอนนุ่น หรือหมอนขนนก หลีกเลี่ยงผ้าห่มที่ก่อฝุ่นหรือขนสัตว์ หรือผ้าสักหลาดหรือผ้าสำลีที่มีขนปุกปุย ห้องนอนไม่ควรใช้ม่านเพราะจับฝุ่น ควรใช้มู่ลี่หรือม่านปรับแสงที่ทำด้วยพลาสติกที่ถอดมาล้างได้ง่าย ไม่ควรเลี้ยงสุนัข แมว หรือนกในบ้านของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอม กลิ่นน้ำมันรถ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ควันบุหรี่ ควันธูป อาหาร โดยเฉพาะยา ทุกท่านจะต้องระวังเรื่องยาที่ตนเองแพ้อยู่ โดยแจ้งแพทย์ทุกครั้ง เพราะการมีปฏิกิริยาแพ้ยานั้นอาจรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้
          3. พบแพทย์โดยให้การรักษาตามอาการ ควบคู่ไปกับการใช้ยาแก้แพ้ หรือยาลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ ซึ่งอาจจะต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง
          4. หากอาการแพ้รุนแรงและเรื้อรังอย่างต่อเนื่องจนเป็นอุปสรรคต่อการเรียน การทำงานหรือการประกอบอาชีพ อาจพิจารณาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคภูมิแพ้ทดสอบทางผิวหนังดูว่า ท่านแพ้สารใดโดยเฉพาะ และรักษาโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันใหม่ให้แข็งแรง และมีปฏิกิริยาวางเฉยต่อสารที่เคยแพ้ที่เรียกว่าวิธี Desensitization ซึ่งก็ให้ผลอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่เต็ม 100% การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและการเสริมสุขภาพที่กล่าวแล้วข้างต้นในข้อ 1 และข้อ 2 จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
บันทึกการเข้า
pear
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2011 »

เราก็เป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็กๆแล้ว
คิดว่าติดมาจากกรรมพันธ์คุณแม่ เพราะท่านก็เป็น
ส่วนมากจะแพ้อากาศ เจออากาศเย็นๆหรือเปลี่ยนบ่อยๆเด่วร้อนเด่วหนาว
อาการจะออกล่ะ น้ำมูกไหลอย่างแรง  จาม คัดจมูก
หรือเวลาเจอฝุ่นละออง หรือผง ก็จะจาม และผื่นขึ้นทั้งตัว เมื่อก่อนไม่ไหว กวาดบ้านแทบไม่ได้เลย
พี่สาวลองให้ทานอาหารเสริมแบบเจล ทานไม่นาน ก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ปัจจุบัน อาการแทบไม่มีให้เห็นแล้ว
สนใจ เมล์มาถามที่ pear_twin@hotmail.com
หรือโทรมาที่ 088-8702093 ได้ค่ะ
ยินดีให้คำแนะนำ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: