หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้ชายกินยาคุมได้ไหม  (อ่าน 2549 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thebird
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 สิงหาคม 2009 »

ถ้าผู้ชายแท้ๆๆ

กินยาคุมกำเนิดเพื่อที่จะลดสิวและอยากผิวเรียบเนียนขึ้น

กินยาคุมนี้แล้วจะโนตม หรือ ป่าว

ถ้ามีคัยรุ้ก็ช่วยเข้ามาตอบกันหน่อยนะครับ

กรุณาด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 สิงหาคม 2009 โดย admin » บันทึกการเข้า
แชท
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2009 »

อ่านคำถามแล้ว ดูเหมือนว่าสิ่งที่น้องวัยรุ่นเซ็งเป็นห่วงคือสมรรถภาพทางเพศกับเรื่องนม หลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมใช้ยาคุมรักษาสิว ยาคุมชนิดนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้หญิงทั่ว ๆ ไปใช้คุมกำเนิด แต่ว่าถ้าจะรักษาสิวแล้วมีผลคุมกำเนิดด้วยก็โอเค (กินแล้วได้ประโยชน์สองอย่าง)

ยาคุมกำเนิดกลุ่มนี้มันจะเป็นฮอร์โมนเพศหญิงผสมกับยาต้านฮอร์โมนเพศชาย เพราะฉะนั้นจึงยับยั้งฮอร์โมนเพศชายและยังมีฮอร์โมนเพศหญิงต่ำ ๆ อยู่ด้วย ซึ่งถ้าพูด ถึงฮอร์โมนเพศชาย หรือ testosterone มันจะส่งผลหลาย ๆ อย่าง เช่น ความต้องการทางเพศ กระดูก ความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ แล้วฮอร์โมนเพศชายส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเป็น dihydropestosterone อีกส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยน เอสโตร เจนที่ไขมันของเรา ไม่ว่าจะเป็นไขมันหน้าท้อง หรือภายในช่องท้อง เพราะฉะนั้นผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายส่วนหนึ่งจะเปลี่ยนเป็น dihydrotestosterone ส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจน

พอเข้าวัยรุ่น dihydropestosterone จะมีผล ทำให้หน้ามันและกระตุ้นให้ต่อมไขมันอุดตันจนเกิดเป็นสิวขึ้นมา (เป็นเหตุให้มีสิวเยอะมากขึ้นในวัยรุ่น) ยากลุ่มนี้เนื่องจากจะ block receptor ที่ฮอร์โมนเพศชายทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง ยังทำให้การเกิดสิวก็ลดลงด้วย แต่ต้องปรึกษาแพทย์ทางด้านผิวหนังก่อนว่าเป็นยาที่เหมาะกับคนที่เป็นสิวชนิด ใด ไม่ใช่ว่าสิวทุกชนิดก็ควรใช้ยาคุมกำเนิดแบบนี้ในการรักษา เพราะว่าสิวก็เกิดจากหลายสาเหตุ

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่ายานี้ยับยั้ง receptor ของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนเพศชายจะมีอิทธิพลในการกระตุ้นให้เรามีความต้องการทางเพศ และยังมีส่วนในการสร้างเอนไซม์ไปกระตุ้นให้องคชาตแข็งตัว เพราะฉะนั้นถ้ากินยานี้แล้ว ย่อมมีผลต่อการสร้างเอนไซม์ในการแข็งตัวขององคชาตได้ ส่วนใหญ่ยานี้ใช้กับวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นทั่วไปจะมีการแข็งตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ หากกินยาไปแล้วก็อาจมีผลกระทบเล็กน้อย แต่ยังแข็งตัวได้ดีและเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

อีกอย่างหนึ่งนอกจากยาคุมชนิดนี้จะไปยับยั้ง receptor ของฮอร์โมนเพศชายแล้ว ยังมีเอสโตรเจนปนอยู่ด้วยซึ่งจะไป negative fit back กลับไปที่สมองว่ามีฮอร์โมนเพศเยอะเกินไปต้องหยุดสร้างถ้าเราได้ฮอร์โมนจาก ภายนอกเข้าไปมันจะไปกระตุ้นภายในหยุดสร้าง ซึ่งการสร้างฮอร์โมนเพศชายต้องมีต่อมใต้สมองสร้างลูติไนซิ่งฮอร์โมน (LH) มากระตุ้นลูกอัณฑะ ลูกอัณฑะก็สร้างฮอร์โมนเพศชาย ถ้าฮอร์โมนเพศชายเยอะเกินไปหรือ เอสโตรเจนเยอะเกินไป ก็จะไปสั่งให้หยุดสร้าง เพราะฉะนั้นฮอร์โมนเพศชายก็จะลดลง เพราะว่าฮอร์โมนเพศหญิงที่ได้เข้าไปบวกกับ block receptor อีกก็มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศแย่ลงมากขึ้น

นอกจากนี้เรื่องเต้านมที่โตขึ้นก็มีรายงานว่ายากลุ่มนี้กินเข้าไปแล้วร้อยละ 6.5 จะเจ็บและบางส่วนมีเต้านมที่โตขึ้น ทางการแพทย์เรียกว่า gynecomasmastia ซึ่งยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งเป็นอาการเล็กน้อย ถ้าหายเจ็บก็ไม่น่ามีปัญหาหรือไม่ใหญ่จนน่าเกลียด แต่ถ้ามีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศ เมื่อหยุดยาก็สามารถกลับมาฟิตได้ ถ้ารับประทานยาระยะสั้น ๆ ก็อาจจะมีผลได้ แต่วัยรุ่นมีพลังเกินร้อย สบายใจได้

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: