|
นาวี
|
 |
« เมื่อ: 05 สิงหาคม 2009 » |
|
คงจะไม่ต้องเน้นว่า โรคมะเร็งเป็นโรคซึ่งมีประชาชนคนไทยเจ็บป่วย ล้มตาย มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศรองจากโรคหัวใจ และอุบัติเหตุ และมะเร็งที่พบบ่อยก็จะพบในประชากรที่เข้าระยะ วัยกลางคนขึ้นไป หมายถึงผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้น ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่เคยมีประวัติญาติ ผู้ใหญ่ในครอบครัวเจ็บป่วย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง มาก่อน ศาสตราจารย์นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล หัวหน้าสถานวิทยามะเร็งศิริราช ให้คำแนะนำว่า มนุษย์เราโดยทั่วไปมักจะไม่ชอบนึกถึงโรคมะเร็ง แต่ขอให้ฉุกคิดสักนิดว่า ยิ่งพบมะเร็งในระยะเริ่มแรกเป็นเร็วเท่าใด ก็จะมีโอกาสหายได้มากเท่านั้น ส่วนใหญ่ของผู้ที่ได้รับการตรวจมักจะไม่พบโรคมะเร็ง ซึ่งก็น่าจะส่งผลดี มีกำลังใจ แต่ก็ขอให้ตรวจเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เมื่อท่านมีอายุ 45 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นควรจะต้องหาความรู้ และหมั่นดูอาการของตนเอง ว่ามีอาการส่อเค้าว่าอาจจะเป็นมะเร็งได้หรือไม่ หากสงสัยเมื่อใด ก็จะต้องตรวจกรองมะเร็งซ้ำอีก ในกรณีนี้ อาจจะต้องตรวจบ่อยขึ้น เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง ถ้าปฏิบัติดังนี้ แล้วบังเกิดผลการตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ก็หมายความว่า มะเร็งที่ตรวจพบนั้นยังอยู่ในระยะเริ่มแรก เริ่มเป็นน้อย ๆ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ และก็ยังหมายความต่อไปด้วยว่า มะเร็งในระยะเริ่มแรกนี้ จะรักษาให้หายขาดได้โดยวิธีต่าง ๆ ไม่กระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก ไม่ต้องใช้เคมีบำบัด ไม่ต้องฉายแสง เป็นการประหยัดเวลา ประหยัดทรัพย์สิน และยังทำให้ชีวิตยืนยาวอีกด้วย จากเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการ สถานวิทยามะเร็งศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำว่า ใครคนใดคนหนึ่งสามารถจะเป็นโรคมะเร็งได้และถ้าอายุของคุณยิ่งมากขึ้นคุณก็มีโอกาสจะเป็นมะเร็งได้มากขึ้น แม้ว่าในครอบครัวของคุณจะไม่เคยมีใครเป็นมะเร็งเลยก็ตาม โดยทั่ว ๆ ไปเมื่ออายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสเป็นมะเร็งถึงครึ่งต่อครึ่ง มะเร็งส่วนใหญ่ในระยะที่เริ่มเป็น รักษาได้หายขาดมักจะไม่มีอาการ, ไม่เจ็บปวด ฉะนั้นจึงต้องอาศัยการตรวจเป็นระยะ ๆ เป็นประจำซึ่งการตรวจเหล่านี้อาจจะพบโรคได้ก่อนที่จะมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นเป็นเวลานาน ๆ จากเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการ สถานวิทยามะเร็งศิริราชนี้ ยังได้แนะนำว่า เมื่อเข้าระยะวัยกลางคนควรจะตรวจมะเร็ง 4 ชนิดในสตรี ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก มะเร็งผิวหนัง ส่วนในบุรุษเพศก็ควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งผิวหนัง และได้ให้รายละเอียดในการตรวจต่าง ๆ ไว้ดังนี้ มะเร็งเต้านม สตรีที่มีอายุมากขึ้น โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมก็มากขึ้นด้วย ในสตรี คนไทยจะพบมากเป็นอันดับที่ 2 โดยทั่วไปจะใช้บันได 3 ขั้นในการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรก ๆ ดังนี้ บันไดขั้นที่ 1 ตรวจเต้านมด้วยตนเอง ในขณะอาบน้ำ และหน้ากระจกเงาบานใหญ่ วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอาจจะขอรายละเอียดได้ที่สถานวิทยามะเร็งศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ข้อแนะนำ : ควรตรวจเดือนละครั้ง บันไดขั้นที่ 2 การตรวจเต้านมโดยแพทย์ ในกรณีที่คุณคิดว่ามีสิ่งปกติในเต้านมของคุณ หรือตรวจด้วยตนเองแล้วไม่แน่ใจ ข้อแนะนำ : ควรให้แพทย์ตรวจทุก ๆ 1-2 ปี บันไดขั้นที่ 3 การตรวจด้วยเอกซเรย์ที่เรียกว่า แมมโมกราฟี (Mammography) เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บปวด อาจจะพบก้อนในเต้านมก่อนที่จะคลำพบได้ถึง 2 ปี การตรวจแต่ละครั้งไม่สิ้นเปลืองมากนัก ขอคำแนะนำจากแพทย์ของคุณได้ สำหรับในโรงพยาบาลศิริราช มี ศูนย์ถันย รักษ์ ซึ่งให้บริการการตรวจโดยวิธีนี้โดยตรง มีความเชื่อถือได้สูงมาก ข้อแนะนำ : ควรตรวจทุก 1-2 ปี มะเร็งปากมดลูก สตรีที่มีอายุมากขึ้นก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งตัวมดลูกมากขึ้นด้วย สตรีชาวไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับ 1 การตรวจที่สำคัญสำหรับมะเร็งปากมด ลูก และมะเร็งตัวมดลูกมีบันได 2 ขั้นตอน แต่แพทย์มักจะตรวจในขั้นตอนเดียวกัน บันไดขั้นที่ 1 การตรวจ แป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ซึ่งจะทำโดยการตรวจภายใน แพทย์จะใช้สำลีพันปลายไม้หรือไม้ขูดอันเล็ก ๆ นำเมือกบริเวณปากมดลูกและในช่องคลอดไปป้ายบนแผ่นกระจกสไลด์ จากนั้นจะทำให้แห้ง นำไปย้อมเพื่อดูเซลล์ ที่ ผิดปกติ โดยพยาธิแพทย์ เป็นการตรวจที่สะดวก ไม่ปวดและไม่สิ้นเปลืองมาก จะทราบผลประมาณ 7 วัน ข้อแนะนำ : ถ้าการตรวจครั้งแรกไม่พบเซลล์ผิดปกติการตรวจซ้ำทุก ๆ ปี ปีละครั้ง ถ้าแพทย์ตรวจพบเซลล์ผิดปกติแต่ยังไม่ใช่เซลล์มะเร็ง แพทย์จะนัดคุณไปตรวจซ้ำอีกในระยะแรก 1-3 สัปดาห์ ขอให้ไปตามที่แพทย์นัด เพราะจะมีความ หมายต่อชีวิตของคุณมากทีเดียว บันไดขั้นที่ 2 การตรวจภายใน แพทย์จะตรวจเพื่อดูสิ่งผิดปกติภายในช่องคลอด เช่น ตกขาว, เลือด, หนอง, แพทย์จะตรวจดูปากมดลูก, ขนาดมดลูก, คลำรังไข่ทั้ง 2 ข้าง กระเพาะปัสสาวะ, และทวารหนัก สตรีที่แต่ง งานแล้วหรือมีบุตรแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บเลย ข้อแนะนำ : ควรตรวจปีละครั้ง มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มีบันได 3 ขั้นในการตรวจดังนี้ บันไดขั้นที่ 1 การตรวจโดยการคลำทางทวารหนัก แพทย์จะใช้นิ้วล้วงเข้าไปตรวจภายในทวาร หนักเพื่อดูว่าแผล, มีก้อน หรือมีมูกเลือดอยู่ภายในทวารหนักหรือไม่ ควรตรวจปีละครั้ง บันไดขั้นที่ 2 การตรวจดูเลือดในอุจจาระ แผลมะเร็งในลำไส้ใหญ่หรือทวารหนักเมื่อเริ่มเป็นจะมีเลือดออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แพทย์อาจจะให้คุณนำอุจจาระเพียงเล็กน้อยใส่ตลับที่เตรียมไว้มาให้ตรวจ หรืออาจจะนำเศษอุจจาระออกตรวจขณะใช้นิ้วสอดเข้าไปตรวจทางทวารหนักก็ได้ บันไดขั้นที่ 3 การตรวจโดยใช้กล้องส่องตรวจ (Proctoscopy หรือ Sigmoidoscopy) เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บปวด, ปลอดภัย และไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ควรตรวจทุก ๆ 3-5 ปี มะเร็งต่อมลูกหมาก ประกอบด้วยบันได 3 ขั้น บันไดขั้นที่ 1 การตรวจทางทวารหนัก บันไดขั้นที่ 2 การตรวจเลือดเพื่อหาระดับ พี-เอส-เอ (PSA-Prostafic Specific Antigen) บันไดขั้นที่ 3 การตรวจโดยวิธีอุลตร้า ซาวนด์ (Transrectal Ultrasound) มะเร็งผิวหนัง โดยการตรวจดูผิวหนังทั่วตัวของคุณเองอยู่เสมอ ๆ ว่ามีสิ่งผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นหรือไม่ ได้แก่ การเกิดก้อน, ตุ่ม, แผล หรือสีของผิวหนังที่ผิดปกติโดยไม่เคยมีมาก่อนการเปลี่ยนแปลงของปาน, ไฝ, หูด เช่น มีขนาดใหญ่ขึ้น คัน, แดง หรือมีเลือด, น้ำเหลืองออกมา หรือมีสี, และความแข็ง-นุ่ม เปลี่ยนไปจากเดิม การเป็นแผลที่หายช้า (หลัง 3 สัปดาห์แล้วยังไม่หาย
|