หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ผลข้างเคียงและข้อแนะนำ ในการใช้ยารักษาโรคหืด  (อ่าน 2947 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เหนือ
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 สิงหาคม 2009 »

อาการของผู้ป่วยโรคหืด คือ อาการแน่น อึดอัดในหน้าอก หายใจเข้าเอาออกลำบาก เนื่องจากมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ผนังหลอดลม หลอดลมจึงตีบจะมีเสียงหายใจดังวี้ด (wheeding) มักจะเป็นตอนดึก ๆ หรือตอนเช้ามืด หรือเวลาที่มีอากาศเย็นหรือได้รับสารก่อภูมิแพ้ โดยอาจจะมีอาการไอมีเสมหะเหนียวหรือไข้หวัดร่วมด้วย ซึ่งอาจจะทำให้อาการหอบกำเริบมากขึ้น การใช้ยารักษาโรคหืด ผู้ป่วยควรพกยาไว้ประจำตัวและใช้เมื่อรู้สึกเริ่มมีอาการ ถ้ามีอาการกำเริบ   บ่อย ๆ ควรใช้ยาเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำ เสมอเพื่อป้องกันอาการหอบกำเริบมากขึ้น ยาที่ใช้มีทั้งรูปแบบยารับประทานหรือยาชนิดสูดพ่นเข้าทางปาก เพื่อนำไปสู่ปอด ยาที่ใช้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
          กลุ่มแรก คือ ยากลุ่ม Xanthine ได้แก่ aminophylline, theophylline (เช่น Theodur จ Xanthium จ, Theo-24จ เป็น ต้น) ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ขยายหลอดลมช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น แต่มีผลข้างเคียงคล้ายกับกาแฟ คือ อาจทำให้มีอาการใจสั่นนอนไม่หลับ และปัสสาวะบ่อย ๆ
          ยากลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดลมโดยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในหลอดลม ผลข้างเคียงคือ ทำให้ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วได้ หรืออาการกระสับกระส่ายได้ ได้แก่ยา Salbutarnol (เช่น Ventolin จ หรือ Terbutaline (เช่น Bricanyl จ)  หรือ Procaterol HCI (เช่น Meptin จ) ยากลุ่ม    ที่ 3 เป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroids) ยานี้  จะใช้เมื่อผู้ป่วยดื้อต่อยา 2 กลุ่มแรกได้แก่ Beclomethasone dipropionate Propionate (ยาชนิดสูดพ่น Beclotide จ, Becloforte จ, Budesonide (ยาชนิดสูดพ่น Pulmicort จ) Fluticasone (ยาชนิดสูดพ่น Flixotide จ) หรือยารับประทานเพรดนิโซโลน (Prednisolone) การกินยาสเตียรอยด์นาน ๆ จะทำให้เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย นอกจากนั้นการใช้ยานาน ๆ ยังทำให้ต่อมหมวกไตไม่ทำงาน ทำให้น้ำหนักขึ้น บวมฉุ และกระดูกผุกร่อนได้ ในปัจจุบันนี้แพทย์นิยมให้ผู้ป่วยใช้ยาชนิดสูดพ่นทั้งในกลุ่มขยายหลอดลมและกลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดผลข้างเคียงของยาดังกล่าว การใช้ยาชนิดสูดพ่นอย่างถูกวิธีทำให้ยาไปออกฤทธิ์ที่ปอดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรเรียนรู้วิธีการพ่นยาที่ถูกต้อง แต่การใช้ยาสูดพ่นทางปากเพื่อให้ยาไปที่ปอดยังมีบางส่วนเหลือตกค้างอยู่ในช่องปาก โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์จึงทำให้มีโอกาสติดเชื้อในช่องปากได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อรา ดังนั้น การใช้ยาสูดพ่นพวกสเตียรอยด์จึงควรกลั้วคอบ้วนปาก หลังจากพ่นยา เพื่อป้องกันการติดเชื้อราในช่องปาก และถ้าพบมีเยื่อเมือกขาว ๆ ในช่องปาก ควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนั้น การใช้ยารักษาโรคหอบหืดผู้ป่วยไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: