|
รัก
|
 |
« เมื่อ: 04 สิงหาคม 2009 » |
|
คุณอุดม ไม่สบาย จึงไปโรงพยาบาล เพื่อพบแพทย์ ให้ทำการตรวจรักษา เมื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วก็จะสั่งการรักษาตามขั้นตอนซึ่งคุณอุดมก็จะได้รับยากลับมาใช้ที่บ้านตามอาการที่เป็น เมื่อคุณอุดมรับยานั้นเภสัชกรโรงพยาบาลได้อธิบายในรายละเอียดของยา เช่น วิธีใช้ ประโยชน์ของยาแต่ละชนิด และ วิธีเก็บรักษา ซึ่งด้วยความรีบร้อนอยากจะกลับคุณอุดมอาจจะฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แต่จะทราบไหมว่า สิ่งที่คุณอุดมอาจจะทำต่อไปนี้คุณก็อาจจะทำเหมือนคุณอุดม และอาจจะทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องครบถ้วนได้โดยที่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวคุณอุดมหรือตัวคุณเองเช่น 1. เมื่อรับยามาแล้วก็ โยนยาไว้หลังรถ ขับออกจากโรงพยาบาลเที่ยงพอดีเกิดหิวข้าวแวะกินข้าวเสียหน่อย ผลเสียที่อาจเกิด ขึ้นได้ 1.1 อุณหภูมิในรถ สูงกว่าอุณหภูมิห้องปกติ (15-30 องศาเซลเซียส) ซึ่งอาจจะสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ยาเสื่อมสภาพ คุณสมบัติในการรักษาลดลง หรือเสียไปทำให้สิ่งที่เหลืออยู่อาจจะเป็นสารอื่นที่นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วอาจจะเกิดโทษได้ หรือแม้ยังคงมีเปอร์เซ็นต์ของยาอยู่บ้างก็น้อยกว่าขนาดที่จะให้ผลในการรักษาได้ตามที่แพทย์สั่งการรักษาไว้ ยาหลายชนิดต้องเก็บที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ยาพวก VACCINE (ยาวัคซีนโปลิโอ ยาวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า อินซูลินสำหรับคนไข้เบาหวาน เป็นต้น ต้องเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) ยาเหน็บทวารหนักและยาเหน็บช่องคลอดซึ่งจะทำให้ ยาหลอมละลายด้วยในยาที่เป็นรูปแท่งคล้าย ลิปสติก 1.2 แสงสว่าง วางไว้หลังรถในที่ที่โดนแสงแดดพอดี ซึ่งนอกจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปแล้วมี ยาหลายชนิดที่ต้องเก็บแบบป้องกันแสง โดยเก็บในภาชนะทึบแสงเช่นขวดสีชา แต่การวางไว้รับแสงโดยตรงเป็นเวลานาน (เวลาอาหารกลางวันโดยเฉลี่ย 1 ชั่วโมง) แม้จะอยู่ในภาชนะดังกล่าวก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการเสื่อมสภาพของยาทำให้ยาหมดอายุได้ง่าย ตัวอย่างยาที่ป้องกันแสง เช่น วิตามิน บี 6, วิตามิน เอ, ยาพวกฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด, ยาน้ำเชื่อมของเด็กหลายชนิด ยา ปฏิชีวนะ เป็นต้น 2. เมื่อกลับบ้านคุณอุดม ก็นำถุงยานั้นวางไว้ที่โต๊ะอาหาร เพราะคิดว่าสะดวกดี เมื่อต้องการจะรับประทานจะหยิบใช้ได้ทันที ซึ่งก็น่าจะถูกต้องแต่ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง 2.1 พ้นมือเด็กหรือไม่ การเก็บยาควรเก็บให้พ้นมือเด็ก เพราะยาของคุณอุดมก็คงเป็นยาของผู้ใหญ่หากลูกคุณอุดมซนหยิบยานั้นเข้าปากโดยไม่เจตนาก็ทำให้เกิดผลเสียได้เพราะอย่างน้อยขนาดยาของคุณอุดมกับลูกคุณอุดมก็ต้องคนละขนาดกันแน่ 2.2 ยาที่ต้องเก็บโดยการแช่เย็น ยาหลายชนิดที่ต้องแช่เย็นก็ต้องรู้ว่าการแช่เย็นมีหลายแบบ คือที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส (ห้ามแช่แข็ง) ก็ต้องไม่ใส่ช่องแข็งต้องเก็บไว้ข้างล่างโดยบรรจุในภาชนะที่มิดชิดเพื่อไม่ให้ชื้นแฉะ จนฉลากยาหลุดหรือเลอะเลือนอ่านไม่ออก และให้ปลอดภัยจากการที่เด็กจะหยิบไปกินได้ 2.3 เมื่อใช้แล้วปิดภาชนะบรรจุให้สนิท เพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ หรือเกิดอุบัติเหตุหกเลอะ เทอะเมื่อต้องการใช้ในครั้งต่อไป 2.4 เวลา นอกจากปัจจัยในข้อ 1.1 และ 1.2 แล้ว เวลาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง บางคนเก็บยาถูกวิธีทุกอย่างข้อ 1.1 ไม่ทำ 1.2 ไม่ทำ แต่เก็บยาไว้นานเป็นปี ๆ ด้วยความเสียดาย เก็บจนฉลากยาหลุดหายไม่รู้ว่ายาอะไรก็ยังเก็บไว้ นอกจากยาจะหมดอายุตามเวลาที่กำหนดของอายุยาแล้วยังอันตรายที่ไม่รู้ว่ายานั้นคือยาอะไร การดูอายุยาให้ดูที่ฉลากยาจะระบุวันหมดอายุ (EXP.DATE) เอาไว้ ยาต่างชนิดอายุไม่เท่ากันให้สังเกตให้ดี ถ้าไม่เข้าใจสอบถามได้กับเภสัชกรทั้งในโรงพยาบาลที่ไปรับการรักษาและเภสัชกรที่ประจำอยู่ที่ร้านขายยาทุกแห่ง และท่านเคยสำรวจหรือไม่ว่ามียาดังกล่าวอยู่ในตู้เก็บยาที่บ้านกี่ขวด กี่ซอง ท่านจะเก็บไว้อีกนานเท่าไหร่ ? 2.5 การปนเปื้อน ทั้งจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดในครั้งต่อไป
|