|
รัก
|
 |
« เมื่อ: 04 สิงหาคม 2009 » |
|
ทุกครั้งที่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล เวลารับยาที่ห้องยา เภสัชกรมักจะอธิบายหรือติดสติ๊กเกอร์คำแนะนำพิเศษบนซองยาหรือขวดยา เช่น กินยานี้ก่อนอาหารนะคะ กินยาพร้อมอาหารแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ นะคะ ยานี้กินแล้วอาจจะง่วงนอนให้ระวังในการขับรถ ฯลฯ ปัญหาก็คือ** ทำไมเราจึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้น มีเหตุผลอะไรที่เภสัชกรจะต้องพูดต้องเตือนเราอย่างนั้น** สงสัย จริง ๆ ใช่แล้วค่ะ คำแนะนำที่ปรากฏอยู่บนซองยา หรือสติ๊กเกอร์ติดบนฉลากยา มีเหตุผลอยู่เบื้องหลังทุกคำแนะนำ ลองตามมาดูซิคะว่า มีคำแนะนำและเหตุผลอะไรบ้างควรกินยานี้ก่อนอาหาร ปกติแนะนำให้กินยาก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง (ระยะเวลาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง เป็นเวลาที่กระเพาะอาหารว่าง) ยาที่ให้กินก่อนอาหารมักเป็นยาที่มีข้อจำกัด หากกินลงไปแล้วมีอาหารร่วมอยู่ด้วยในกระเพาะอาหาร ยาจะลดการดูดซึม ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่ได้ผลเลย ได้แก่ ยารักษาโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น เพนนิซิลลิน วิ แอมพิซิลลิน ลินโคมัยซิน หรือพวกยาแก้แพ้ เช่น แอสติไมโซล เป็นต้น จึงแนะนำให้กินตอนท้องว่าง นอกจากนั้นยาที่ใช้ป้องกันการคลื่นไส้อาเจียน เช่น เมโตโคลปราไมค์ ต้องกินก่อนอาหาร 30 นาที จึงจะได้ผลเต็มที่และสามารถป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังจากผู้ป่วยกินอาหารได้ควรกินยานี้หลังอาหาร ถ้าไม่มีคำแนะนำอื่น ๆ มักหมายถึงหลังอาหาร 15 นาที เป็นการเลี่ยงไม่ให้ยาสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งยาบางชนิดอาจถูกทำลายได้ด้วยกรด ได้แก่ ยารักษาโรคข้อทุกชนิด เช่น แอสไพริน ไดโคลฟิแนค ไอบูโปรเฟน นาพรอกเซน คีโตโพรเฟน นอกจากนี้ยาชนิดอื่นที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เช่น เตตร้าซัยคลิน, อีริโธรมัยซิน, ควิโนโลน ควรกินหลังอาหารทันทีเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยลดอาการข้างเคียงนี้ให้น้อยลง ยาลดกรดที่แพทย์สั่งให้ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร มักสั่งให้กินหลังอาหาร 1 ชั่วโมง และหลังอาหาร 3 ชั่วโมง ก็เนื่องจากพบว่าระดับของกรดในกระเพาะอาหาร จะมีปริมาณสูงสุดภายใน 1 ชั่วโมง และ 3 ชั่วโมงหลังอาหาร ไม่ใช่ว่าแพทย์จะต้องการให้ผู้ป่วย จดจำวิธีกินยาให้ลำบากลำบน นอก จากนี้แพทย์สั่งให้กิน ยาลดกรดก่อนนอนด้วยเพราะในช่วงกลางคืนจะมีกรดหลั่งออกมามากกินยานี้แล้วควรดื่มน้ำมาก ๆ อาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือยาที่มีผลข้างเคียงให้คลื่นไส้อาเจียนมาก นอกจากควรกินยาหลังอาหารทันทีแล้วควรดื่มน้ำตามมาก ๆ ด้วย เพื่อลดผลข้างเคียง อีกกรณีหนึ่งเป็นยาที่ตกตะกอนในไตได้ง่าย จึงต้องดื่มน้ำตามมาก ๆ ยาประเภทนี้ได้แก่ ยาพวกซัลฟา ยังมีเหตุผลของคำแนะนำที่ปรากฏอยู่ บนซองยามาบอกกล่าวให้ท่านผู้อ่านเดลินิวส์รักสุขภาพทราบอีกหลายกรณีค่ะ
|