โรคเบาหวาน เป็นโรคที่มีผลกระทบต่อการทำงานของระบบของร่างกาย เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ (สังเกตจากน้ำตาลหลังจากงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง) จะทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนได้มากมาย ปัญหาที่พบมากส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาแทรกซ้อนเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดกลางและเล็ก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายที่มีเลือดเหล่านั้นไปเลี้ยง ได้แก่
1.หัวใจ ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงนานๆ ซึ่งมักเกิดร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จะทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ เกิดการอุดตันของเส้นเลือด กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจในส่วนนั้นตาย หัวใจทำงานไม่ปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกเวลาทำงานหนัก หรือออกกำลังกาย เมื่อพักจะหายไปถ้าเป็นมากจะมีอาการเจ็บตลอดเวลา และรุนแรงมากขึ้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
2.สมอง ผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เกิดการแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และถ้าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด อ้วน จะทำให้หลอดเลือดขนาดกลางที่ไปเลี้ยงสมองมีความเสียหายมากขึ้น หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดภาวะตีบตัน ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกเดินไม่ได้ เป็นต้น
3.ตา ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตาทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ เลือดไปเลี้ยงตาน้อยลง ทำให้เกิดความผิดปกติกับกระจกตา ประสาทตา กล้ามเนื้อตา แก้วตา และจอรับภาพ ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานมักจะเป็นต้อกระจกได้ง่ายกว่าคนปกติและบางรายอาจมีภาวะหนังตาตกได้ นอกจากนั้น ภาวะแทรกซ้อนที่ตาที่สำคัญที่สุด คือ เส้นเลือดในจอรับภาพมีการเปลี่ยนแปลงเกิดความเปราะบางกว่าปกติ ทำให้เส้นเลือดปริ แตก มีเลือดออกในลูกตาด้านหลังกระจกตา และที่จอรับภาพซึ่งเป็นผลให้ตาบอดทันที
4.ไต การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้เส้นเลือดเล็กๆ ขาดประสิทธิภาพในการไปเลี้ยงไตทำให้เซลล์ไตตายไปทีละน้อย โดยผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงออก แต่จะเห็นความผิดปกติได้จากการตรวจปัสสาวะ และในที่สุดถ้าเป็นเรื้อรังนานๆ จะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะไตวายได้
5.ปลายประสาท เส้นเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงปลายประสาททำงานไม่มีประสิทธิภาพ เลือดไปเลี้ยงปลายประสาทได้น้อยลง เส้นประสาทส่วนปลายเกิดการเสียหาย ทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกร้อนและปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่าเท้า อาจเกิดอาการชา และหมดความรู้สึกของขา และเท้าทั้ง 2 ข้าง ซึ่งถ้าผู้ป่วยไปเหยียบของร้อนหรือของแหลม จะทำให้เป็นแผลได้โดยไม่รู้ตัว จึงต้องระวังโดยเวลาเดินต้องใส่รองเท้าตลอดเวลา
นอกจากนั้น โรคเบาหวานยังมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะ
1.ผิวหนัง ผู้ป่วยมักเป็นฝี เชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน มีรอยอักเสบและเป็นหนองจากยุงกัดและการเกา และถ้าเป็นแผลจะมีโอกาสติดเชื้อ และรักษาให้หายได้ช้ากว่าคนปกติ
2.ทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยมีอาการเกิดการติดเชื้อได้ง่ายตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ ซึ่งมักมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบ ขัด และถ้าเกิดอาการอักเสบที่กรวยไตอาจทำให้มีไข้สูงหนาวสั่น และช็อกได้ในที่สุด
อ้วน.com ขอขอบคุณ - บ้านเมือง
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/