แต่ก่อนนี้เด็กอ้วนใครๆ ก็จะว่าจ้ำม่ำ น่ารัก น่าอุ้ม น่ากอด ทว่าในปัจจุบัน "เด็กอ้วน" กำลังกลายเป็นปัญหาที่สังคมได้เริ่มตระหนักและตื่นตัวกันมากขึ้น เพราะอาจมีปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ขาดความคล่องแคล่วในการทำกิจกรรม ปัญหาการเข้ากลุ่มเพื่อน อาจถูกเพื่อนล้อเลียน ทำให้เกิดปมด้อยซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน
องค์การอนามัยโลก ระบุว่าขณะนี้มีคนอ้วน 1 พันล้านคน ทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุเพียง 0-5 ปี ถึง 22 ล้านคน สำหรับประเทศไทยมีเด็กอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนองค์การอนามัยโลกยกตัวอย่างว่าเป็นประเทศที่มีเด็กอ้วนเพิ่มเร็วที่สุดประเทศหนึ่งโดยช่วงปี 47-49 เด็กไทยอายุ 5-12 ปี มีภาวะน้ำหนัก เกินเพิ่มถึงปีละเกือบ 1 แสนคน ซึ่งรวมแล้วปัจจุบันเด็กวัยเรียนเป็นเด็กอ้วนถึง 1 ล้านคน งานวิจัยยังพบว่าเด็กอ้วนจะมีไขมันในเลือดสูง กว่า 50% และ 25% ของเด็กที่มีน้ำหนักปกติก็มีไขมันในเลือดสูงเช่นกัน
หากเด็กที่อ้วนไม่ได้รับการดูแลแก้ไขแล้วโอกาสที่จะโตเป็น "ผู้ใหญ่อ้วน" นั้นมีสูง !!!
สำหรับสาเหตุโดยทั่วไปที่ทำเกิดสภาวะน้ำหนักเกินมาจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ขาดการออกกำลังกายรับประทานอาหารไม่ถูกต้องหรือเกิดจากต่อมไร้ท่อที่ทำงานผิดปกติ แม้ว่าสาเหตุทางพันธุกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีสภาวะน้ำหนักเกิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กอ้วนเสมอไป
อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงต่อน้ำหนักตัวเด็กและทำให้เด็กอ้วน คือ "พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องและการไม่ออกกำลังกายหรือออกกำลังที่ไม่เหมาะสม" โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีแคลอรี่สูง แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการน้อย เช่น ขนมกรุบกรอบ ลูกอมช็อกโกแลต อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม และหากเด็กใช้เวลาดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ยิ่งส่งผลทำให้เวลาในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังการน้อยลง โอกาสที่เด็กจะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนจึงมีมาก
อันตรายจากความอ้วนจึงเป็นเรื่องที่พ่อ แม่ ผู้ปกครองรวมทั้งคุณครู ต้องหันมาใส่ใจกับปัญหาดังกล่าว เพราะความอ้วนมีผลต่อพัฒนาการที่ล่าช้าของเด็ก เวลาพลัดตกหกล้มจะเจ็บมากกว่าเด็กธรรมดา ขณะที่กระดูกและข้อต่ออาจเสื่อมเร็วกว่าวัยอันครว เนื่องจากต้องรับน้ำหนักตัวที่มาก เด็กบางคนมีผลการเรียนที่แย่ลง เนื่องจากถูกเพื่อนล้อเลียนจนเกิดความอายหรือเข้ากลุ่มไม่ได้ สมาธิในการเรียนจึงลดลง นอกจากนี้ "โรคเบาหวาน" ยังเป็นภัยรายที่อาจเกิดขึ้นได้ หากอ้วนมากๆ ก็จะทำให้หายใจไม่สะดวกซึ่งอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวโดยฉับพลันได้
ทางออกสำหรับเด็กอ้วนก็คือ การใช้หลักในการลดน้ำหนัก 3 อย่าง คือ สุขภาพ ออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรม...
การลดน้ำหนักตัวในเด็กจำเป็นต้องดำเนินการอย่างยั่งยืนให้เด็กรู้จักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง แม้อาจจะเห็นผลช้าแต่จะทำให้เกิดผลดีต่อการลดน้ำหนักและมีความยั่งยืน สามารถปรับใช้ได้ตลอดชีวิตอย่างการกินอาหารที่มีสูตรตายตัว หากไม่ได้ปรับให้เหมาะสมสำหรับแต่ละคนจะทำให้เด็กเบื่อควรสอนแนะนำให้เด็กรู้จักการกินที่เหมาะสมและสร้างเงื่อนไข ลดการกินขนมหวานขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม และส่งเสริมการกินผักผลไม้ให้มากขึ้น
สำหรับการออกกำลังกายต้องไม่บังคับกะเกณฑ์ แต่ต้องปล่อยให้เด็กได้วิ่งเล่นออกำลังชนิดต่าง ตามความชอบและเด็กรู้สึกสนุกที่จะทำอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงยิ่งมากยิ่งดี พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างและร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก นอกจากการออกกำลังแล้ว การสร้างเงื่อนไขเพื่อลดเวลาการอยู่นิ่งๆ หรือการทำกิจกรรมที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวออกกำลัง เช่น เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันโดยเบี่ยงเบนความสนใจและกระตุ้นให้เด็กได้ออกไปเคลื่อนไหว วิ่งออกกำลังให้มาก ซึ่งจะช่วยลดการกินขนมจุบจิบด้วย ทั้งนี้การออกกำลังไม่เพียงแค่ใช้พลังงานออกไป ทำให้ลดและควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังทำให้เด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และกระตุ้นการเจริญเติบโตอีกด้วย
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลา ไม่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญคือการปรับพฤติกรรมและสร้างเงื่อนไขให้เด็กกินอาหารที่เหมาะสม เคลื่อนไหวออกกำลังอย่างสม่ำเสมอไม่อยู่นิ่งเฉย ซึ่งจะทำให้ติดกลายเป็นนิสัยจนเป็นผู้ใหญ่ เป็นการป้องกันและลดน้ำหนักได้ในอนาคต หากน้ำหนักไม่ลดเพราะสาเหตุของกรรมพันธุ์ การมีพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้เป็นเด็กอ้วนที่แข็งแรงห่างไกลโรคภัย.
***กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี***
อ้วน.com ขอขอบคุณ - คมชัดลึก
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/