“มีผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งคิดว่าเด็กอ้วนดี...เด็กอ้วนน่ารัก”
แพทย์หญิงลลิตา ธีระสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีเวียงพิงค์ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทในเครือบัลวี กล่าวไว้ในการให้ความรู้แก่สมาชิกและผู้สนใจสุขภาพในงานมหกรรมบัลวี-ธรรมชาติบำบัด ครั้งที่ 27 เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพเด็ก ว่าความอ้วนก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กอย่างมหันต์ โดยประการแรกเด็กอ้วนจะมีการหายใจผิดปรกติ
เนื่องจากร่างกายของเด็กอ้วนมีไขมันสะสมจำนวนมาก เวลานอนจึงมักถูกความอ้วนหรือไขมันของตนเองกดทับ ผลที่ตามมาก็คือเด็กอ้วนจะนอนกรน
หากนำเด็กอ้วนกลุ่มนี้ไปทำการทดสอบตรวจดูการนอนจะพบว่าในขณะที่นอนหลับออกซิเจนในเลือดจะต่ำกว่า 90% ทั้งนี้ ตามปรกติที่คนเราหายใจจะมีออกซิเจนอยู่ในระดับ 97-99% ถ้าต่ำกว่า 90% ถือว่าร่างกายมีออกซิเจนไม่พอ และจะส่งผลต่อปัญหาการเรียน ปัญหาเรื่องความสามารถควบคุมตนเอง ปัญหาสมาธิสั้นหรือมีสมาธิต่ำ
“ประเทศสิงคโปร์ระบุชัดเจนเลยว่า เด็กอ้วนจะเรียนหนังสือสู้เด็กปรกติและเด็กที่เข้าเกณฑ์เรียนหนังสือเก่งไม่ได้”
อันตรายของเด็กอ้วนประการที่สองก็คือ กระดูกและข้อผิดปรกติ โดยเฉพาะเข่าและข้อเท้า
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าเด็กที่อ้วนจะมีกระดูกและข้อผิดปรกติ ยิ่งอ้วนมากกระดูกจะมีปัญหา เสื่อมเร็ว กระดูกเข่าและข้อเท้าจะรับน้ำหนักมากผิดปรกติ และจะทำให้เด็กขาโก่งในเวลาต่อมา เด็กก็จะเสียบุคลิกภาพ หรือเติบโตมาด้วยบุคลิกที่ไม่ค่อยดีนัก
“ที่น่าห่วงก็คือกระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้เด็กไทยไร้พุง ฉะนั้นเด็กคนไหนที่ไขมันสูงหรือจัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ้วนจะถูกจับไปวิ่งรอบสนามโรงเรียน คือคุณครูจะพยายามจัดการว่าเด็กที่น้ำหนักเกินเพราะไม่ออกกำลังกาย จึงจัดให้เด็กกลุ่มนี้ไปวิ่งรอบสนามก่อนเวลาเรียน อาจจะสักประมาณ 1 ชั่วโมง
แต่ประการสำคัญก็คือเด็กอ้วนมักจะมีปัญหาเรื่องกระดูกและข้ออยู่แล้ว เวลาไปวิ่งรอบสนามจะเกิดการกระแทกขึ้น และจะไปซ้ำเติมให้พวกเขามีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อมากขึ้น”
ประการที่สาม เด็กอ้วนยังมีความเสี่ยงต่อโรคของหลอดเลือด
ประการที่สี่ เด็กอ้วนมักเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
ประการที่ห้า 80% ของเด็กอ้วนจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน
ประการที่หก ความอ้วนจะทำให้เด็กเสียบุคลิกและมีปัญหาด้านจิตใจนิดหน่อยเพราะถูกล้อเลียน
วิธีสังเกตเด็กอ้วนที่เสี่ยงต่อเบาหวานนั้น คุณหมอลลิตาบอกไว้ว่า “ลูกหลานใครอ้วนให้ดูที่โหนกคอ จะมีรอยดำเป็นปื้นบริเวณลำคอคล้ายกับมีขี้ไคลและขัดไม่ออก เด็กกลุ่มนี้โตขึ้นจะเป็นเบาหวานแทบทุกคน”
อีกประการหนึ่งมีภาวะต้านอินซูลินสูง ทำให้ดื้อต่ออินซูลินและเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานเมื่อโตขึ้น
“หากพ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นเด็กในปกครองเป็นดังที่กล่าวมา ถึงเวลาแล้วที่เด็กจะต้องลดน้ำหนัก”
ส่วนวิธีลดน้ำหนักในเด็กมีอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆคือ
(1) การควบคุมอาหาร
(2) การออกกำลังกาย
เมื่อมาพิจารณาวิธีแรกคือ “ให้ควบคุมอาหาร” หมายถึงให้กินในปริมาณที่น้อยลงนั่นเอง
อ้วน.com ขอขอบคุณ - โลกวันนี้
http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/